Categories
ขนมไทย

ขนมกลีบลำดวน ของหวานไทยโบราณกลีบดอกจีบสวย สีสันสะดุดคา

ขนมกลีบลำดวน

ขนมกลีบลำดวน เป็นขนมไทยที่นิยมเป็นอย่างมาก ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสวยงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนเมนูขนมชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะปั้นขนมให้เป็นรูปของดอกลีบลำดวน แต่งเติมสีสันให้สวยสดใสได้ตามความชอบ ดังนั้นการทำขนมชนิดนี้จะต้องมีความประณีต เพื่อให้ขนมออกมาสวยน่ารับประทาน อร่อยมาก เวลาทานแล้ว ให้ความรู้สึกว่าเหมือนขนมกำลังละลายในปากเลยทีเดียว

ขนมกลีบลำดวน

ขนมกลีบลำดวน ทำง่าย ส่วนผสมน้อยทำขายก็ดี ทำทานก็อร่อย

ขนมกลีบลำดวนถึงแม้ว่าจะเป็นขนมหวานไทยโบราณที่มีมานาน แต่ทว่าส่วนผสม วัตถุดิบในการทำของขนมชนิดนี้ ไม่เยอะเลย เป็นของที่หาได้ทั่วไป และราคาไม่แพงอีกด้วย ดังนั้นมาดูกันเลยว่า กลีบลำดวน ทำเอง ในวันนี้ ต้องมีส่วนผสม และวัตถุดิบอะไรบ้าง

กลีบลำดวน ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ

1. แป้งอเนกประสงค์                380               กรัม

2. เกลือ                               2                  ช้อนชา

3. น้ำตาลไอซิ่ง                       150               กรัม

4. สีผสมอาหาร เลือกสีได้ตามชอบ   1/4              ช้อนชา

5. น้ำมันพืช                          150               มิลลิลิตร          

เห็นไหมว่าส่วนผสมน้อยมากจริง ๆ ซึ่งมีเพียงแค่ 5 รายการเท่านั้น  ทำกลีบลำดวนได้หลายอันเลย ดังนั้นหากเตรียมครบทุกอย่างแล้ว ก็เข้าครัวโชว์ฝีมือทำกลีบลำดวนสวย ๆ กันเลย

ขนมกลีบลำดวน

กลีบลำดวน แจกสูตรสอนทำแบบละเอียดทุกขั้นตอน

ขนมกลีบลำดวนนอกจากมีส่วนผสม วัตถุดิบไม่มากแล้วยังมีวิธีการทำที่แสนง่ายอีกด้วย แนะนำเลยว่าหากใครกำลังมองหาขนมทำขาย และได้กำไรเยอะ ทำไม่ยุ่งยากต้องกลีบลำดวนเลย วันนี้จะมาบอกสูตร ขนมกลีบลำดวน ให้ทุกคนได้ลองทำตาม มาดูกันว่ากลีบลำดวน สูตรละลายในปาก อร่อย หวาน กลมกล่อมอย่างลงตัว มีวิธีการทำอย่างไร

วิธีทำ

1. ขั้นตอนแรกจะต้องวอร์มเตาอบก่อน ซึ่งใช้ไฟบน และล่าง ตั้งไว้ที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส

2. ร่อนแป้งอเนกประสงค์ และน้ำตาลไอซิ่ง ซึ่งจะต้องทำการร่อนประมาณ 1-2 ครั้ง จนได้เนื้อแป้งที่เนียน แล้วผสมเข้าด้วยเกลือ

3. ค่อย ๆ เทน้ำมันลงไปทีละนิด ระหว่างเทต้องคนไปด้วยเพื่อให้แป้งเกาะกัน

4. เมื่อได้แป้งที่พอดีแล้ว แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนที่สองจะนำไปผสมกับสีผสมอาหาร จนได้สีที่สวย แล้วพักไว้ประมาณ 15 นาที

5. ขึ้นรูปเป็นกลีบลำดวนได้เลย โดยจะปั้นเป็นก้อนกลมก่อน แล้วแบ่งเป็นสามกลีบ พร้อมกับทำเกสรกลม ๆ ตรงกลาง ซึ่งตรงกลางจะใช้ส่วนแป้งที่ผสมสี

6. นำขนมไปอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที เมื่อสุกแล้วนำออกจากเตา รอให้เย็นลง จากนั้นก็นำไปอบควันเทียนให้หอมยิ่งขึ้น

7. จัดเสิร์ฟความอร่อย ทานคู่กับกาแฟ น้ำชา นมอุ่น ๆ หรือทานเป็นขนมว่างก็อร่อยทุกอย่าง         

ขนมกลีบลำดวนเป็นขนมไทยโบราณ ที่มีหน้าตาเป็นรูปดอกไม้สุดน่ารัก รสชาติ ขนมกลีบลำดวนจะหวานกลมกล่อม ไม่หวานบาดคอ และมีความเค็มเล็กน้อย ซึ่งหากใครอยากลองทำดู ก็สามารถนำสูตรนี้ไปทดลองได้เลย หากคล่องแล้ว ฝีมือนิ่ง สามารถทำขายเป็นอาชีพเสริมได้เลย ขายดีเทน้ำเทท่าอย่างแน่นอน

Categories
เค้ก

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล เนื้อนุ่ม หอมละมุนอร่อยเต็มคำ

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล เป็นเค้กอย่างง่าย แต่อร่อยไม่เบา ไม่จำเป็นต้องตกแต่งหน้าตาเค้กอะไรให้มากนัก ดูคลาสสิค อร่อยหวานมันละมุนเต็มคำ เวลาทานเข้าไปจะให้ความรู้สึกเหมือนว่าแป้งเค้กกำลังละลายอยู่ในปาก ใครเป็นสายหวาน ไม่ควรพลาดเด็ดขาด ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำสูตรวิธีการทำเค้กชนิดนี้ให้เพื่อน ๆ ทุกคน เพราะเป็นสูตรที่เขาทำขายกัน รับรองว่าอร่อยมาก ไม่ต้องง้อร้านอีกต่อไป ทำเก็บไว้ในตู้เย็น จิบกาแฟยามเช้าทานพร้อมกับเค้กเนยสดอร่อย ๆ ด้วยฝีมือตัวเอง ฟินยิ่งนัก

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล นอกจากจะทำทานเองได้ที่บ้านแล้ว ยังสามารถทำขายได้อีกด้วย เนื่องจากว่าเป็นเค้กที่คนนิยมทาน ซึ่งวันนี้จะมาสอนทำเค้กเนยสด ง่าย ๆ ทดลองทำเองได้ที่บ้าน เป็นสูตรเค้กเนยสด ที่ทำแล้วอร่อยไม่แพ้ร้านขนมอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปดูวิธีการทำ มาดูกันก่อนว่าเค้กหน้าเนยสดน้ำตาล ส่วนผสม มีอะไรบ้าง จะได้เตรียมให้ครบก่อนลงมือทำ

ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ

          สำหรับทำตัวเค้ก

          1. แป้งเค้ก                 100               กรัม

          2. ผงฟู                      1/2                ช้อนชา

          3. เกลือ                     1/4                ช้อนชา

          4. ไข่ขาว                   3                  ฟอง

          5. น้ำตาลทราย            100             กรัม (แบ่งใช้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 40 กรัม ส่วนที่สอง 60 กรัม)

          6. น้ำส้มสายชู             1/2                ช้อนชา

          7. ไข่แดง                   3                  ฟอง

          8. นมจืด                    80                 กรัม

          9. น้ำมันรำข้าว            40                กรัม

          10. วานิลลา                1/2              ช้อนชา

          สำหรับทำหน้าเค้ก

          1. น้ำตาลทราย            40                 กรัม

         2. เนยเค็ม                  50                 กรัม          

3. เนยจืด                   100               กรัม

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล

สอนทำเค้กนุ่ม ๆ หน้าเนยสดน้ำตาล ทำทานเองก็ฟิน ทำขายก็รวย

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาลมีวิธีการทำไม่ยากนะ ใครที่ยังไม่เคยทำขนมหวานไม่ต้องกังวล วันนี้เรามีตัวช่วย เพราะจะมาแบ่งปันสูตรเค้กนุ่ม อร่อย สำหรับการทำเค้กเนยสดน้ำตาล มาดูกันเลยว่าเค้กหน้าเนยสดน้ำตาล วิธีทำ จะยากหรือง่ายขนาดไหน ต้องลองทำด้วยตัวเอง

วิธีทำ

1. ขั้นตอนแรกนำไข่แดงมาตีผสมให้เข้ากับน้ำตาลทราย 40 กรัม และใส่วานิลลาลงไป ตีจนไข่แดงฟู เนียนสวย

2. ใส่นมจืดลงไป ตามด้วยน้ำมันพืช และเกลือคนให้ละลายเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ร่อนแป้งและผงฟูลงไปคนให้เข้ากัน จนได้เนื้อแป้งที่หนืด

3. ตีไข่ขาวกับน้ำส้มสายชู ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลลงไปให้ครบ 60 กรัม ตีจนไข่ขาวตั้งยอด เมื่อได้แล้วทำการอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 10 นาที

4. เทไข่ขาวลงไป ค่อย ๆ เทผสมและตะล่อมกับเนื้อแป้งที่เตรียมไว้สักครู่ ใช้พายคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วก็เทลงในพิมพ์ได้เลย ซึ่งจะต้องใช้กระดาษไขรองก้นก่อนเท เกลี่ยหน้าให้เรียบ แล้วไล่อากาศออกโดยการกระแทกถาดเบา ๆ

5. นำไปอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 30 นาที เทคนิคถ้ากลัวหน้าเค้กไหม้ เอาแผ่นฟอยล์คุมหน้าไว้ได้

6. เมื่อสุกแล้วแกะออกจากถาดพักไว้ให้เย็น

7. ทำหน้าเค้ก โดยผสมเนยและน้ำตาลทรายตีด้วยเครื่อง ซึ่งจะต้องใช้ความเร็วต่ำก่อน จากนั้นก็เพิ่มความเร็วตีจนขึ้นฟฟู

8. ปาดครีมลงไปที่หน้าเค้กได้เลย หรืออยากทำเป็นสองชั้นก็ตัดเค้กชิ้นล่างปาดเนื้อครีมลงไป วางทับด้วยเค้กชิ้นที่สอง และปาดหน้าครีมลงไป เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล เป็นเค้กที่ทำได้ง่ายที่สุดแล้วก็ว่าได้ ไม่ต้องลงรายละเอียดอะไรมาก เค้กหน้าเนยสดน้ำตาล รสชาติจะออกหวาน มัน และเค็มเล็กน้อย ใครอยากลองทำก็สามารถทำตามสูตรนี้ได้เลย แล้วอย่าลืมมารีวิวผลงานเค้กฝีมือตัวเองด้วยนะ

Categories
ขนมไทย

เปียกปูนกะทิสด ขนมไทยขวัญใจมหาชน ทำขายกำไรงาม

เปียกปูนกะทิสด

เปียกปูนกะทิสด นั้นเป็นขนมไทยที่มีรสชาติหวานมันและหอมกะทิคล้ายกับสังขยา ความจริงแล้ววิธีการทำดัดแปลงมาจากกาละแม แต่ทว่าใส่น้ำปูนใสและราดกะทิสดเข้าไปด้วยจึงได้ชื่อว่าขนมเปียกปูนกะทิสด เป็นหนึ่งในของหวานไทยที่ทำง่ายที่สุด ไร้ความยุ่งยากและได้กำไรงามอย่างแน่นอนหากทำขาย แต่ก็ใช้วัตถุดิบในการทำมากพอสมควร

เปียกปูนกะทิสด ใส่อะไรบ้าง

            เปียกปูนกะทิสดนั้นใช้วัตถุดิบในการทำค่อนข้างเยอะ หลายคนอาจไม่แน่ใจว่าจะประหยัดจริงไหม หากอยาก ทำขนมขาย เปียกปูนจะตอบโจทย์หรือเปล่า หรือกังวลว่าถ้าทำกินเองงบจะบานปลายจนเกินไป บอกเลยเจ้า ขนมไทย ชนิดนี้ไม่ได้ลงทุนเยอะอย่างที่คิด เพราะวัตถุดิบในการทำนั้นราคาไม่แพง

เปียกปูนกะทิสด

วัตถุดิบเนื้อขนม

            1.แป้งเท้ายายม่อม 4 ช้อนโต๊ะ

            2.แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง

            3.แป้งมัน ½ ถ้วยตวง

            4.น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง

            5.น้ำตาลปี๊บ 240 กรัม

            6.น้ำปูนใส 4 ถ้วยตวง

            7.น้ำใบเตย 4 ถ้วยตวง

          วัตถุดิบทำกะทิราดหน้า

            1.กะทิ 310 กรัม

            2.เกลือ 5 กรัม

            3.แป้งข้างเจ้า 6.5 กรัม

            4.งาขาวคั่ว

            5.งาดำคั่ว

How to ทำเปียกปูนกะทิสด ให้อร่อย

เปียกปูนกะทิสด

เมื่อได้ทราบส่วนผสมทั้งหมดในการประกอบร่างเปียกปูนกะทิสดแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการทำซึ่งขนมเปียกปูน สูตร นี้ค่อนข้างลงตัวในเรื่องของรสชาติ หรือจะปรับเปลี่ยนตามใจเพื่อน ๆ ชอบก็ได้ หากพร้อมแล้วตามมาดูการทำ ของหวาน แสนอร่อยกันเลยดีกว่า

วิธีทำเปียกปูนกะทิสด

1.นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และแป้งเท้ายายม่อมที่ผ่านการร่อน น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำปูนใส และน้ำใบเตยเทลงในภาชนะใบใหญ่

2.ใช้มือขยำส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน

3.ใช้กระชอนกรองส่วนผสมทุกอย่างใส่หม้อ และคนพอประมาณด้วยตะกร้อมือ

4.ตั้งไฟกลางค่อนไปทางอ่อน และคนอย่างเบามือด้วยไม้พาย แป้งจะข้นขึ้นจนใกล้สุก

5.เมื่อคนจนแป้งใสและเหนียวแล้วจึงปิดไฟพักไว้

6.ทำในส่วนของกะทิราดหน้า นำแป้งข้าวจ้าวผสมน้ำเล็กน้อย

7.เทกะทิใส่กระทะ ตามด้วยแป้งข้าวจ้าวที่ละลายน้ำเอาไว้และเกลือ จากนั้นคนให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดี

8.ตั้งไฟอ่อนและคนส่วนผสมของกะทิจนเหนียวพอดี

9.นำขนมเปียกปูนจัดใส่ภาชนะอย่างเช่นถ้วยขนาดเล็ก แล้วราดด้วยน้ำกะทิ โดยด้วยงาขาวและงาดำคั่ว

เห็นหรือไม่ว่าการทำขนมเปียกปูนกะทิสด นั้นง่ายมาก ๆ แค่เท คน ตามสูตรหรือส่วนผสม ใช้ความใจเย็นสักนิดก็ได้ขนมไทยอร่อยไว้รับประทานหรือขายแล้วล่ะ

Categories
ขนมไทย

ขนมต้มใบเตย สูตรอร่อยมาก ใครบอกทำยากอย่าไปเชื่อ

ขนมต้มใบเตย

ขนมต้มใบเตย นั้นมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และมาพร้อมกับความเชื่อว่าพระพิฆเนศท่านโปรดขนมชนิดนี้ คนไทยนิยมนำมาบวงสรวงเทพเจ้าในพิธีกรรมต่าง ๆ รสชาติของขนมต้มใบเตยค่อนข้างคล้ายกับขนมใส่ไส้แต่จะแตกต่างกันตรงเนื้อสัมผัสซึ่งขนมต้มนั้นให้ความเหนียว เคี้ยวสนุกมากกว่า ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

ขนมต้มใบเตย ใส่อะไรบ้างนะ?

ขนมต้มใบเตย

ขนมต้มใบเตยเป็น ของหวาน ที่มีส่วนผสมไม่มากสักเท่าไร จึงไม่ต้องลงทุนมากมาย ใคร อยากทำขนมขาย เน้นลงทุนน้อยแต่กำไรงามขนมไทยชนิดนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน หรือจะทำกินเล่นให้คนในครอบครัวทานก็ใช้เวลาไม่นาน ได้ลิ้มลองอย่างรวดเร็ว สำหรับวัตถุดิบในการทำ ขนมต้มใบเตยจะถูกแยกออก 3 ส่วนดังต่อไปนี้

            วัตถุดิบในการทำหน้าขนม

            1.มะพร้าวขูด

            2.เกลือ ½ ช้อนชา

            3.งาขาวคั่ว

            วัตถุดิบในการทำแป้งขนม

          1.แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม

            2.น้ำใบเตยสีเขียว 100 ML

            วัตถุดิบในการทำไส้ขนม

          1.มะพร้าวขูด 200 กรัม

            2.น้ำตาลมะพร้าว 150 กรัม

            3.น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ

            4.เกลือ ½ ช้อนชา

            ขั้นตอนการทำขนมต้มใบเตย

ขนมต้มใบเตย

เมื่อวัตถุดิบในการ ทำขนมต้มใบเตย ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน วิธีทำ ขนมใบเตยก็จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเช่นกัน เรามาขั้นตอนการทำ ขนมไทย อร่อย ๆ ชนิดนี้กันเลยดีกว่า

            วิธีทำ ไส้ขนมต้มใบเตย

          1.ตั้งกระทะโดยใช้ไฟอ่อน

            2.ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไป

            3.ตามด้วยน้ำเปล่าจากนั้นคนให้ละลาย

            4.ใส่เกลือ

            5.จากนั้นใส่มะพร้าวที่ขูดเอาไว้ลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนแห้งและจับตัวกันสามารถปั้นเป็นก้อนได้

            6.พักทิ้งไว้สักครู่และนำมาปั้นเป็นก้อนกลมเพื่อรอห่อแป้ง

            วิธีทำหน้าขนมต้มใบเตย

            1.นำมะพร้าวขูดคลุกเกลือ

            2.นึ่งจนสุกสักราว ๆ 5 นาที และนำมาพักไว้

            วิธีทำขนมต้มใบเตย

          1.นำแป้งข้าวเหนียวมาผสมกับน้ำใบเตยทีละนิด

            2.คลุกเคล้าและนวดให้เข้ากันจนจับตัวเป็นก้อนและสามารถปั้นได้

            3.ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมพอดีคำและใช้นิ้วมือกดให้แป้งเป็นแผ่นบาง

            4.นำไส้มาห่อเข้าด้วยกัน

            5.นำน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟทิ้งไว้สักพักจนเริ่มมีไอน้ำขึ้นมา ระวังอย่าให้น้ำเดือดแรงเพราะอาจจะทำให้ขนมต้มของเราแตกได้

            6.หย่อนขนมลงไปต้มและรอจนกว่าเขาจะลอยตัวขึ้นมา

            7.ตักขนมขึ้นรอให้สะเด็ดน้ำแล้วนำไปคลุกกับมะพร้าวนึ่ง

            8.โรยงาขาวคั่ว

            เพียงทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำคุณก็จะได้สัมผัสกับขนมต้มใบเตย สุดอร่อย จัดใส่จานให้ลูกหลานและคนในครอบครัวได้รับประทานกันแบบหนุบหนับ ไส้หวานแต่ไม่เลี่ยน งานดีสุด ๆ ไปเลยล่ะ

Categories
ขนมไทย

ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน สูตรนี้อร่อยละมุน หอมกะทิ หวานไม่มาก บอกเลยต้องลองทำ

ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน

ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูของหวานไทยโบราณที่หาทานค่อนข้างยาก หลายคนอาจจะเคยเห็นหน้าค่าตาของเขามาบ้าง แต่ไม่ทราบว่าเป็นขนมอินทนิล ลักษณะคือแป้งเนื้อนุ่มหนึบสีเขียวใส หอมกลิ่นใบเตยแช่น้ำเชื่อมฉ่ำ ๆ ราดด้วยกะทิและมะพร้าวอ่อนซึ่งมีความนุ่มปนกรุบ รสชาติออกมากลมกล่อมกำลังดี แถมวิธีทำง่ายดาย ลงทุนไม่เยอะ

ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน ใส่อะไรบ้างนะ?

          ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน จะใช้วัตถุดิบในการทำน้อยมาก โดยจะแบ่งออกเป็นสามส่วนได้แก่ตัวเนื้อ ขนมอินทนิล ส่วนผสมของน้ำเชื่อมและส่วนผสมของน้ำกะทิ เช่นนั้นแล้วหลายคนก็น่าจะพอมองเห็นช่องทางแห่งการ ทำขนมขาย เขาเป็นอีกหนึ่งเมนู ของหวาน ที่ลงทุนน้อย กำไรงามเลยล่ะ

ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน

วัตถุดิบในการทำเนื้อขนมอินทนิล

          1.น้ำใบเตยคั้นสด 500 ML

            2.แป้งมันสำปะหลัง 100 กรัม

            3.น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ

            วัตถุดิบในการทำน้ำเชื่อม

            1.น้ำมะพร้าว 250 ML

            2.น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ

            3.ใบเตยผูกข้อ

            วัตถุดิบในการทำน้ำกะทิและหน้าขนม

          1.กะทิ 250 ML

            2.เกลือป่น ½ ช้อนชา

            3.ใบเตยผูกข้อ

            4.มะพร้าวอ่อนขูด

ขั้นตอนการ ทำขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน สูตรนี้ง่าย อร่อย ประหยัด

ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน

เมื่อทราบกันไปแล้วว่าขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อนต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง เราก็มาดูการทำ ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน สูตร นี้กันเลยดีกว่า

            วิธีทำ ขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน

           1.เริ่มจากการทำน้ำเชื่อม เทน้ำมะพร้าว น้ำตาลทรายและใบเตยหอมผูกข้อใส่ลงในหม้อจากนั้นต้มจนน้ำตาลละลายและเดือดก่อนนำมาพักไว้

            2.ต่อด้วยการทำน้ำกะทิ ให้นำน้ำกะทิ เหลือป่น และใบเตยผูกข้อมาต้มรวมกันแค่พอเดือดจากนั้นพักทิ้งไว้

            3.ขั้นตอนการทำอินทนิลให้นำแป้งมัน น้ำตาลทราย และน้ำใบเตยคั้นเทลงกระทะ ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมให้เข้ากัน นำตั้งไฟอ่อน ๆ ใช้พายคนจนกว่าแป้งจะสุกใส จึงดับไฟ พักแป้งให้เย็นลง

            4.นำแป้งที่ทำเสร็จและเย็นมาใส่ถุงบีบลงในน้ำเชื่อมให้เป็นลูกกลม ๆ ขนาดพอดีคำ

            5.ราดด้วยน้ำกะทิ โรยเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปตามด้วยน้ำแข็ง หรือจะนำไปแช่เย็นก็ได้ตามใจต้องการ

และนี่ก็คือทั้งหมดของการทำขนมอินทนิลมะพร้าวอ่อน ซึ่งสูตรนี้จะไม่หวานมาก เนื้อนุ่มและหนึบเล็กน้อย แต่ข้อควรระวังก็คือขนมที่มีกะทิเป็นส่วนผสมนั้นอาจจะเสียง่ายไปสักหน่อย แนะนำให้รีบทานให้หมดภายใน 2-3 วันและแช่ตู้เย็นเอาไว้ หรือหากจะทำขายก็ควรจำหน่ายให้หมดวันต่อวัน สินค้าจะสดใหม่ คุณภาพดี อร่อยถูกใจลูกค้าสายหวานน้อยอย่างแน่นอน

Categories
ขนมไทย

เงาะลอยแก้ว เมนูบ้าน ๆ อร่อยทานง่าย ทำไม่ยากอย่างที่คิด

เงาะลอยแก้ว ถือเป็นเมนูทานเล่นที่เหมาะสำหรับหน้าร้อนบ้านเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากรสชาติของเขาหวานกลมกล่อม เนื้อเงาะให้ความฉ่ำสดชื่น ไม่หวานจนเลี่ยน โดยทั่วไปก็มักจะมีขายตามห้างร้านต่าง ๆ แต่ของที่ซื้อมานั้นเราไม่สามารถควบคุมปริมาณของรสชาติ รวมถึงคุณภาพได้ วันนี้เราจึงอยากชวนทุกท่านมาทำเงาะลอยแก้วทานเองหรือจะทำขายตลาดก็ได้สบาย ๆ

เงาะลอยแก้ว ใช้อะไรบ้าง

เงาะลอยแก้ว นั้นใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำเพียงไม่กี่อย่าง งบประมาณไม่บานปลาย ทำเงาะลอยแก้วขาย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนทุนน้อย เพราะเขาเป็น ของกินเล่น ที่ถูกปากคนไทย และถ้าถามว่า เงาะลอยแก้ว เก็บได้กี่วัน กลัวทำขายแล้วเสียเปล่าขาดทุน หากแช่ตู้เย็นเอาไว้ ปิดฝาสนิทแนบชิดเขาก็สามารถอยู่ได้ถึง 1 สัปดาห์เลยทีเดียว

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำ เงาะลอยแก้ว

            1.หม้อ

            2.กระบวย

            3.มีดคว้าน

            4.ภาชนะมีฝาปิดสำหรับใส่เงาะลอยแก้ว (ตามสะดวก)

            วัตถุดิบที่ต้องใช้ในการทำ เงาะลอยแก้ว

            1.เงาะ 3 กิโลกรัม

            2.เกลือป่น ¼ ช้อนชา

            3.น้ำเปล่า 1.5 ลิตร

            4.น้ำตาลทราย 500 กรัม

How to ทำ เงาะลอยแก้วอย่างง่าย แถมอร่อยด้วย

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า เงาะลอยแก้ว ใส่อะไรบ้าง ต่อมาก็เป็นขั้นตอนของการทำ เงาะลอยแก้ว ซึ่งบอกเลยว่าอาจใช้เวลาเล็กน้อยในขั้นตอนการคว้านเม็ดเงาะเล็กน้อย แต่ใคร ๆ ก็ทำได้อย่างแน่นอน

            วิธีทำเงาะลอยแก้ว

          1.เริ่มต้นด้วยการกะเปลือกเงาะออกจากกันให้หมดทุกลูก

            2.จากนั้นใช้มีดคว้านแทงไปตามแนวของเม็ดเงาะให้แนบชิดที่สุดแล้วหมุนมีดไปรอบ ๆ เม็ดเงาะจากนั้นกลับด้านแล้วทำเช่นเดิม และใช้ปลายมีดดันเม็ดเงาะออก

            3.นำน้ำเปล่าเทใส่หม้อตามด้วยน้ำตาล คนไปก่อนสักพักแล้วจึงเปิดไฟกลางทิ้งไว้ ถ้าใครชื่นชอบใบเตยจะใส่ลงไปด้วยก็หอมอีกแบบ

            4.คนน้ำตาลให้ละลายและทิ้งไว้จนเดือด

            5.ใส่เกลือป่น

            6.จากนั้นใส่เงาะที่คว้านเสร็จสรรพลงไปในหม้อ

            7.รอให้น้ำเดือดอีกหน จากนั้นก็ปิดเตาและรอให้เย็นก่อนนำมาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้เพื่อรับประทาน

            เพียงเท่านี้เราก็จะได้ เงาะลอยแก้ว แบบใหม่แบบสับที่เหมาะกับคนยุคใหม่เพราะทำง่าย ไม่ยุ่งยาก หรือจะทำขายก็ดีไม่แพ้กัน แนะนำให้แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ก่อนรับประทาน รสชาติหวานเย็น หอมอร่อย เนื้อเงาะนุ่มนิ่มเหมือน Jelly แต่มี Texture ความหนึบหนับ ถูกใจทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ทานคลายร้อนรับประกันเลยว่าฟิน

Categories
ขนมปัง

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ไส้ครีมหวานอมเปรี้ยว สอดใส่สตรอเบอร์รี่ลูกโต กัดเต็มคำฟินมาก

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ขนมหวานที่กำลังมีกระแสอยู่ในตอนนี้ ซึ่งหลายคนอาจจะเคยลอง หรือยังไม่เคยได้ทานเลยสักครั้ง วันนี้จะมาแนะนำให้กับทุกคนได้รู้จัก ชูครีม หรือ CHOUX CREAM อ่านออกเสียงว่า ชูซ์ อา ลาเคร์ม ที่แปลว่า กะหล่ำปลี มีครีม นั้นเอง ต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส หน้าตาของขนมจะเป็นก้อนกลม ทำมาจากแป้งชู นม เนย และน้ำ รสชาติจะหวานมัน อร่อยมาก ๆ ดังนั้นวันนี้ จะมาสอนทุกคนทำเบเกอรี่ชนิดนี้กัน ทำกินก็อร่อย ทำขายก็ได้กำไรอย่างแน่นอน

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ เป็นขนมที่มาจากแถบประเทศยุโรป ซึ่งต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในอดีตมีความรุ่งเรืองทางด้านอาหารมาก โดยเฉพาะเมนูขนมต่าง ๆ โดยวันนี้จะมาแจงรายละเอียดอย่างครบครันว่าชูครีมสตรอเบอร์รี่ ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ มีอะไรบ้าง ที่ต้องจัดเตรียมให้พร้อม โดยส่วนผสมค่อนข้างจะเยอะนิดหน่อย แต่หาซื้อได้ไม่ยาก

ส่วนผสมในการทำเปลือกชูครีม

ส่วนที่ 1

1. เนยสดจืด                          70                 กรัม

2. น้ำตาล                             50                 กรัม

3. แป้งเค้ก                           70                 กรัม

4. เกลือ                               1/4                ช้อนชา

5. สีผสมอาหารสีชมพู

ส่วนที่ 2

1. น้ำสะอาด                         130               กรัม

2. เนยสดจืด                          60                 กรัม

3. เกลือ                               1/4                ช้อนชา

4. แป้งเค้ก                            90                 กรัม

5. ไข่ไก่เบอร์ 0                       3                  ฟอง

ส่วนผสมชูครีม

1. แดรี่วิปครีม                       300               กรัม

2. น้ำตาลไอซิ่ง                       50                 กรัม

3. สตรอเบอร์รี่สดชูครีมสตรอเบอร์รี่ สูตร ทำขาย ก็จะมีส่วนผสมประมาณนี้ จะแบ่งออกเป็นสามส่วนที่ต้องเตรียม อย่าลืมเตรียมกันให้ครบนะ

แจกสูตรทำชูครีม ไส้สตรอเบอร์รี่ลูกโต หวานฉ่ำ อร่อยมาก

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ขนมสุดแสนอร่อย ที่ใคร ๆ ก็ชื่นชอบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนู เบเกอรี่ทำง่าย ที่อยากให้ทุกคนได้ลองทำ รับรองว่าถ้าทำเป็นแล้ว นอกจากจะทำทานเองที่บ้าน ยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้อีกด้วย โดย ชูครีมสตรอเบอร์รี่ วิธีทำ มีดังต่อไปนี้

1. ทำตัวเปลือกชูครีมก่อน แต่อย่าลืมเตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสก่อน จากนั้นผสมน้ำ เนย นม น้ำตาล และเกลือลงในหม้อ ใช้ไฟปานกลาง ให้ความร้อนเรื่อย ๆ และต้องใช้ไม้พาย คนส่วนผสมให้เข้ากัน

2. เมื่อเนยละลาย ให้ใส่แป้งลงไปคนให้เร็วยิ่งขึ้น จนกระทั่งแป้งจับตัว ไม่ติดก้นหม้อ ปิดไฟ ยกลงจากเตา รอให้หายร้อน พออุ่นก็ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง

3. คนส่วนผสมจนเนื้อเนียน ตักใส่ถุงบีบ และบีบลงในถาดอบ ซึ่งต้องรองด้วยกระดาษไข บีบลงไปให้ได้ขนาดพอดี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว แล้วทาไข่เคลือบผิวหน้า

4. ลดอุณหภูมิเตาอบให้อยู่ที่ 160 องศาเซลเซียส นำเข้าอบประมาณ 30 นาที

5. หลังอบแล้ว แป้งจะมีสีเหลือง พองตัวสวยงาม นำออกจากเตาพักให้เย็น แล้วผ่าครึ่งตรงกลาง เตรียมไว้

6. ต่อมาทำครีมโดยผสมสตรอเบอร์รี่บด น้ำตาล เข้าด้วยกัน โดยใช้ความร้อนละลายพักไว้ จากนั้นตีวิปครีมให้ฟู ผสมลงไปตักใส่ถุงบีบ

7. บีบครีมสตรอเบอร์รี่ลงไปตรงกลางแป้งชูครีมที่ผ่าครึ่ง และใส่ลูกสตรอเบอร์รี่สดลงไป โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งชูครีมสตรอเบอร์รี่ ก็มีขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ ง่ายไหมเอ่ย     

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ทำเอง อร่อยด้วยฝีมือเรา ครีมแน่น ๆ สตรอเบอร์รี่ลูกโต ๆ กับแป้งชูนุ่ม อร่อยมากเลยเชียวแหละ อย่าลืมไปลองทำกันดูนะ

Categories
ขนมปัง

ไทยากิ ขนมสุดน่ารัก สไตล์ญี่ปุ่น อร่อยมาก แป้งนุ่มละมุนลิ้น

ไทยากิ ขนมที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นขนมไข่ แต่ว่าทำให้มีรูปร่างหน้าตาเป็นปลาไท หรือปลากะพงแดงญี่ปุ่นนั่นเอง โดยปลากะพงญี่ปุ่นเป็นปลามงคล ความหมายดี น่ารักมาก ๆ ตัวของปลาทำมาจากแป้งสาลี สอดไส้ด้วยถั่วแดง แต่ในปัจจุบัน ได้มีการปรับเปลี่ยนรสติของไส้ให้หลากหลายมากขึ้น มีทั้งไส้ครีม ชาเขียว เกาลัด และช็อกโกแลต เป็นต้น แนะนำเลยว่าห้ามพลาด ต้องลองสักครั้ง แต่ว่าก็ค่อนข้างหาทานได้ยากเช่นกัน ดังนั้นวันนี้จะมาแจกสูตรในการทำขนมไข่รูปปลานี้ให้กับทุกคน เตรียมปากกา สมุดมาจดให้พร้อมแล้วมาเริ่มทำกันเลย

ไทยากิ ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ เตรียมให้ครบ อย่าให้ขาด

ไทยากิ มีส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำน้อยมาก ไม่ยุ่งยาก และหาซื้อได้ง่าย เป็น ขนมญี่ปุ่น ที่น่าลองทำเป็นอย่างมาก จะทำทานเองที่บ้านก็ได้ หรือทำขายก็ดี เพราะว่ารูปร่างหน้าตาโดดเด่น รสชาติอร่อย จึงเป็นที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้ลิ้มลอง ดังนั้นมาดูกันเลยว่า การที่จะทำไทยากิ ขนมรูปปลา จะต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ

1. ไข่ เบอร์1 ทั้งฟอง                          3                   ฟอง

2. ไข่แดง เบอร์1                               1                   ฟอง

3. น้ำตาล                                     120               กรัม

4. กลิ่นวานิลลา                                1                   ช้อนชา

5. แป้งเค้ก                                      90                 กรัม

6. เกลือ                                         1/8                ช้อนชา

7. นม                                           25                 มิลลิลิตร

8. เนยสดจืด                                   25                กรัม

9. ถั่วแดงกวน                                 200               กรัม          

ส่วนผสมทั้งหมดนี้ จะสามารถทำขนมไขรูปปลาได้ประมาณ 18-20 ตัว ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป เตรียมให้พร้อม แล้วเข้าครัวกันเลย

แจกสูตร สอนทำขนมไข่รูปปลา สุดน่ารัก ใครเห็นก็สะดุดตา อยากลิ้มลอง

ไทยากิมีขั้นตอนการทำที่ง่ายมาก ๆ ไม่ยุ่งยากเลย ดังนั้นวันนี้จะมาแจก สูตรขนมทำง่าย ให้กับทุกคน ได้ไปลองทำที่บ้าน หากทำแล้ว พัฒนาฝีมือ คล่องมากยิ่งขึ้น ก็ทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้ ดังนั้นหากพร้อมแล้ว ใส่ผ้ากันเปื้อน และเข้าครัวกันเลย

ไทยากิ วิธีทำ ขนมรูปปลา

1. ขั้นตอนแรก เตรียมชามผสม ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยน้ำตาล แล้วตีให้เข้ากัน

2. เมื่อตีจนเนื้อเนียนแล้ว ก็นำไปตั้งไฟ ซึ่งต้องใช้ไฟอ่อน อย่าให้เดือด ต้มประมาณ 6-7 นาที การเช็คอุณหภูมิ สามารถทำได้โดยเอานิ้วแตะดู ถ้าแตะได้อุ่น ๆ ถือว่ากำลังดี ยกลงจากเตา

3. ละลายเนย ในน้ำนมตั้งหม้อให้ร้อน เมื่อละลายหมดแล้ว ใส่ลงไปในหม้อก่อนหน้า แล้วตีไข่ให้ขึ้นฟู ใส่วานิลาลงไป แล้วตีด้วยความเร็วต่ำ ให้ส่วนผสมเข้ากัน และเป็นการไล่ฟองอากาศออก

4. ใส่แป้งและเกลือ ที่ร่อนแล้วลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 1 นาที

5. ทาเนยลงในกระทะไทยากิและอุ่นให้ร้อน จากนั้นเทแป้งที่ผสมแล้วลงไปครึ่งนึ่ง ตามด้วยถั่วแดงกวย และเทแป้งทับ ปิดฝา พลิกด้าน ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที เนื้อแป้งก็จะสุกพร้อมทาน ไทยากิ ก็มีขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ แต่ว่าการทำจะต้องมีกระทะพิมพ์รูปปลาด้วย ซึ่งไทยากิ รสชาติ จะหวาน และเค็มเล็กน้อย ใครอยากทำทาน ก็สามารถนำสูตรนี้ไปลองได้เลยนะ อร่อยชัวร์

Categories
ขนมหวาน

เต้าฮวยฟรุตสลัด เมนูของหวานละมุน เนื้อเนียนเด้ง อร่อยมาก

เต้าฮวยฟรุตสลัด เป็นเมนูของหวาน สดชื่นเย็นใจ ที่หาทานได้ง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะถนนคนเดิน หรือตลาดนัด มักจะเจอคนนำมาขายบ่อย ๆ แต่ว่าจะหาร้านที่ถูกใจก็ไม่ค่อยมี อยากจะทานแบบเข้มข้น หวาน ละมุน และกลมกล่อม ดังนั้นวันนี้จะมาสอนทุกคนทำเมนูเต้าฮวยสูตรนี้ บอกเลยว่าเด็ด เนื้อเนียนเด้ง เวลาทานเหมือนละลายอยู่ในปาก ตัดกับรสชาติเปรี้ยวหวานของผลไม้ที่นำมาทำเป็นฟรุตสลัด เข้ากันเป็นอย่างมาก ซึ่งผลไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นฟรุตสลัด ได้แก่ สตรอเบอร์รี่ สับปะรด แก้วมังกร และองุ่น เป็นต้น

เต้าฮวยฟรุตสลัด มีส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำอะไรบ้าง

เต้าฮวยฟรุตสลัดส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำน้อยมาก โดยเต้าฮวยฟรุตสลัด ส่วนผสม จะแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ สำหรับทำเต้าฮวย และสำหรับทำฟรุตสลัดนั่นเอง สูตรเต้าฮวย ฟรุตสลัด ทำขายจะมีต้นทุนไม่สูง แก้วหนึ่งประมาณ 10 บาท แต่ขายได้ถึง 20-25 บาท เลยทีเดียว ดังนั้นมาดูกันเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำเต้าฮวย

1. เจลาตินชนิดแผ่น                           2                   แผ่น

2. น้ำเย็น (สำหรับแช่เจลาติน)             1                   ถ้วยตวง

3. ผงวุ้น                                        2                   ช้อนชา

4. นมสดชนิดจืด                               3                   ถ้วยตวง

5. นมข้นจืดคาร์เนชัน                         100               กรัม

6. คาร์เนชันนมข้นหวาน                     1/2                ถ้วยตวง

ส่วนผสมสำหรับฟรุตสลัด

1. น้ำตาลทราย                                1/4                ถ้วยตวง

2. น้ำเปล่า                                      1/4                ถ้วยตวง

3. ผลไม้ตามชอบ หั่นเต๋าเล็ก อาทิ สับปะรด องุ่น สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น จัดเตรียมให้ครบ แล้วจากนั้นก็เข้าครัวลงมือทำขนมหวานชนิดนี้ได้เลย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้วทุกคน

แจกสูตรทำเมนูขนมหวานเต้าฮวย ใส่ฟรุตสลัด ทานแล้วสดชื่นมาก

เต้าฮวยฟรุตสลัดสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ทำตาม สูตร เต้าฮวยฟรุตสลัด ที่นำมาแบ่งปันทุกคนก็สามารถทำออกมาได้อร่อย น่าทานอีกด้วย ดังนั้นมาดูกันว่าเต้าฮวยฟรุตสลัด วิธีทำ มีกี่ขั้นตอน และทำอย่างไรบ้าง

วิธีทำเต้าฮวยราดหน้าด้วยฟรุตสลัด

1. นำผงเจลาติน ใส่ลงไปในน้ำ แช่ไว้ประมาณ 5 นาที เมื่อเจลาตินอิ่มตัว ก็ใส่นมสดชนิดจืด และนมข้นจืดลงไป นำหม้อตั้งไฟอ่อน ๆ ให้พอร้อน ใส่วุ้นลงไปรอให้ละลาย นำเจลาตินที่อิ่มน้ำลงไปละลายเข้าด้วยกัน ใส่นมข้นหวานลงไป ตีให้เข้ากัน

2. นำไปกรอง การกรองจะช่วยให้เนื้อเต้าฮวยเนียน แล้วตักใส่ถ้วย รอให้อุ่น ๆ นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา ประมาณ 30 นาที

3. นำผลไม้ทีชอบมาหั่นเป็นลูกเต๋า ใส่น้ำตาลลงไป ตามด้วยน้ำนำไปตั้งไฟ เคี่ยวจนน้ำตาลเหนียวหนืด และต้มให้เดือดประมาณ 3 นาที รอให้อุ่น แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็น

4. นำเต้าฮวยที่แช่เย็นออกมา ราดหน้าด้วยฟรุตสลัด พร้อมรับประทานเต้าฮวยฟรุตสลัดมีขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ก็ทำออกมาได้อร่อย ขายดีชัวร์ เป็น เมนูขนมทำง่าย ที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำ รับรองว่าจะกลายเป็นเมนูของหวานเมนูโปรดอย่างแน่นอน

Categories
ขนมปัง ขนมไทย

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม สูตรแป้งนุ่มยืด ไส้แน่น อร่อยทุกคำที่ทาน

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม เป็นเมนูขนมที่น่าทานมาก และทำขายได้ดีเลยทีเดียว ทำมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ เนื่องจากว่ามีคนชอบทานเยอะมาก เนื้อแป้งนุ่ม ๆ ยืด ๆ ไส้ไข่เค็มลาวาเยิ้ม ๆ บอกเลยแค่คิดถึงภาพก็หิวแล้ว หน้าตาน่ารับประทานมาก สีเหลืองสวยสดใส โดยแท้จริงแล้ว ขนมเปี๊ยะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน มีชื่อเรียกตามเดิมว่า “ผั่วเปี๊ยะ” มักนิยมทำมาเลี้ยงในงานมงคล ซึ่งคนไทยก็ได้รับสูตรนี้มาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ในอดีต และมีการปรับแต่งสูตรใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความอร่อย และสร้างจุดขายมากยิ่งขึ้น

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม แจกสูตรสอนทำ บอกส่วนผสมแบบละเอียดยิบ ทำตามได้เลย

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม เป็นอีกหนึ่งเมนู อาหารว่าง ทำขายได้กำไรงาม ขนมเปี๊ยะ ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากว่า ส่วนผสม ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม มีหลายรายการมาก เนื่องจากว่าขนมเปี๊ยะ เป็นขนมที่เป็นชั้น ๆ แป้งชั้นในชั้นนอกจะแตกต่างกัน และมีการยัดไส้ข้างในอีกด้วย จึงทำให้ต้องใช้ส่วนผสมเยอะ และการทำต้องใช้เวลานาน ใช้ความประณีตสูง ดังนั้นก่อนที่จะไปเรียนรู้วิธีการทำ มาดูกันก่อนว่า ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำแป้งชั้นใน

1. แป้งสาลีอเนกประสงค์                  1½                ถ้วยตวง

2. น้ำมันพืช                                    5                   ช้อนโต๊ะ

3. ไข่แดงไข่ไก่                               2                   ฟอง

4. น้ำเปล่า                                      2                   ช้อนโต๊ะ

5. สีผสมอาหารสีเหลืองไข่               1                   ช้อนชา

6. ไข่แดงทาหน้าขนม

ส่วนผสมแป้งชั้นนอก

1. แป้งสาลีอเนกประสงค์                  3                   ถ้วยตวง

2. น้ำตาลทราย                               5                   ช้อนโต๊ะ

3. น้ำเปล่า                                     165               มิลลิลิตร

5. น้ำมันพืช                                    1/2                ถ้วยตวง

ส่วนผสมสำหรับทำไส้ไข่เค็มลาวา

1. ไข่แดงเค็ม(นึ่งสุก)                       15                 ลูก

2. แป้งข้าวโพด                               150               กรัม

3. เนยจืด(ละลาย)                            90                 กรัม

4. นมข้นจืด                                    225               มิลลิลิตร

5. น้ำตาลทราย                               180               กรัม

6. เกลือป่น                                     1/4                ช้อนชา

***อย่าลืมเตรียมงาขาว และงาดำ สำหรับโรยตกแต่งหน้าอีกด้วยนะ

HOW TO ทำขนมเปี๊ยะ ยัดไส้ไข่เค็มลาวาอย่างไรให้อร่อย

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็มเป็นขนมที่ต้องใช้เวลาในการทำ ผู้ทำต้องใจเย็น และประณีต ซึ่งวันนี้จะมาแจก สูตร ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม ให้กับทุกคน การันตีเลยว่าสูตรนี้อร่อยชัวร์ 100% มาดูกันเลยว่า วิธีทำ ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม  มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง

1. ทำไส้ไข่เค็มก่อน นำส่วนผสมตามที่บอกข้างต้น ในการทำไส้ มาปั่นให้ละเอียด แล้วเทใส่พิมพ์ซิลิโคน จากนั้นนำไปแช่แข็งจนกว่าไส้จะแข็งตัว

2. ต่อมาทำแป้งชั้นนอก โดยละลายน้ำตาลในน้ำเปล่า แล้วเติมน้ำมันลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำไปเทใส่แป้ง แล้วนวดจนแป้งเนียน แล้วพักแป้งประมาณ 15 นาที จากนั้นนำไปตัดเป็นก้อน ก้อนละ 12 กรัม

3. ทำแป้งชั้นนอก นำแป้งมาผสมกับน้ำมัน นวด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ต่อจากนั้นนำมาตัดแป้งเป็นก้อน แต่ละก้อนให้ได้น้ำหนักประมาณ 28 กรัม

4. นำแป้งชั้นนอกมาทำให้เป็นแผ่น แล้วซ้อนด้วยแป้งชั้นในทิ้งไว้สักพัก นำไส้มาใส่ แล้วปั้นให้เป็นทรงกลม เมื่อปั้นเสร็จแล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที

5. ทำสีทาหน้าขนม โดยผสมน้ำเปล่า สีผสมอาหาร และไข่แดง คนให้เข้ากัน เมื่อครบเวลาอบแล้ว นำขนมออกมาทาหน้า ทาซ้ำประมาณ 2 ครั้ง โรยหน้าขนมด้วยงา แล้วนำไปอบต่อ 5 นาที

6. นำออกมาจากเตาอบ แกะออกจากแม่พิมพ์ พร้อมเสิร์ฟขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็มถึงแม้จะมีส่วนผสม และขั้นตอนการทำที่ค่อนข้างจะยุ่งยาก แต่บอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะอร่อยสุด ๆ ยิ่งทำขายนะ ขายดีเทน้ำเทท่าอย่างแน่นอน เป็นอีกหนึ่ง สูตรเบเกอรี่โฮมเมด ที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ทำตาม รับรองว่าอร่อยกว่าร้านที่เคยซื้ออย่างแน่นอน