Categories
ขนมคลีน

สุขภาพดีไปกับขนมคลีนอย่าง โยเกิร์ต

https://mthai.com/health/44988.html

สำหรับโยเกิร์ตนั้นต้องยกให้เป็นขนมคลีนที่มาพร้อมประโยชน์มากมายที่แม้จะเลือกเป็นโยเกิร์ตคลีนก็ยังมีโพรไบโอติกส์ที่ช่วยเพิ่มความสมดุลให้ระบบทางเดินอาหารมากมาย โดยเมนูนี้คุณสามารถปรับรูปแบบการกินได้หลากหลาย กินโยเกิร์ตแทนข้าวเช้าหรือจะเลือกเป็นเมนู โยเกิร์ต มื้อเย็นก็ได้ตามที่ต้องการ วันนี้เราได้หาสูตรโยเกิร์ตคลีน ที่น่าจะเหมาะกับทุกคนมากที่สุดมาฝากกัน

https://health.mthai.com/howto/health-care/23588.html

วัตถุดิบในการทำสลัดโยเกิร์ตคลีน

กรีกโยเกิร์ต                     200      กรัม

สัปปะรด                        50        กรัม

แอปเปิ้ลเขียว                  ครึ่งลูก

บลูเบอร์รี่                       50        กรัม

สตรอว์เบอร์รี่                  100      กรัม

ส้ม                                ครึ่งลูก

วิธีทำสลัดโยเกิร์ตคลีน

1. เตรียมทำการล้างและหั่นผลไม้เตรียมเอาไว้

2. นำผลไม้ที่เตรียมไว้และกรีกโยเกิร์ตมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน

3. เพิ่มเติม Superfood อื่น ๆ เข้ามาในจานได้ตามที่ต้องการเช่น ถั่ว ลูกเกด เป็นต้น

4. พร้อมเสิร์ฟมอบประโยชน์ให้กับคุณตามแบบฉบับของโยเกิร์ตลดความอ้วนกันแล้ว

https://www.ifit4health.com/2015/12/04/เมนูอาหารคลีนของหวานมี/โยเกิร์ต/

มีหลายคนอาจถามกันว่า โยเกิร์ต 0Fat อ้วนไหม ต้องขอบอกเลยว่าอ้วนน้อยจนแทบไม่อ้วนเลย ยิ่งถ้าคุณทานคู่กับของมีประโยชน์อย่างผักผลไม้พร้อมกับการออกกำลังกายจะทำให้หุ่นดีจากภายในสู่ภายนอก และยังเสริมสุขภาพด้านอื่น ๆ อีกด้วย

ขอยกให้โยเกิร์ตคลีนเป็นเมนูอันดับต้น ๆ ที่คนสายคลีนคนทำกินกันบ่อย ๆ เพราะปรับรูปแบบเพิ่มท็อปปิ้งหรือผลไม้ได้หลากหลาย ทำง่าย ประหยัดเวลา ได้เพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ว่าวัยไหนก็สามารถโกยประโยชน์จากเมนูนี้กันได้ทั้งนั้น

Categories
ขนมไทย

สาคู ขนมไทยที่ทำง่ายกว่าที่คิด

https://www.pintosiam.com/product/dtd07/

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของเมนูขนมไทยอย่าง สาคู กันแน่นอน แต่เชื่อว่าหลายคนไม่ทราบว่าขนมไทยชนิดนี้สามารถทำได้ง่ายกว่าที่คิด วันนี้เราจะพาคุณเข้าครัวทำขนมชนิดนี้ไปพร้อมกัน บอกเลยว่าไม่ยุ่งยากแถมคุณจะกลายเป็นเซียนของเมนูของหวานไทยโบราณจนอาจกลายเป็นอาชีพเสริมของคุณกันได้เลยทีเดียว

https://www.pinterest.com/pin/755338168730991840

วัตถุดิบในการทำสาคูเปียกข้าวโพด

สาคูเม็ดเล็ก                   ½         ถ้วย

ข้าวโพดต้ม                    1          ฟัก

หัวกะทิ                          ½         กล่อง

น้ำเปล่า                         2          ถ้วย

น้ำตาล                          3          ช้อนโต๊ะ

เกลือ                                         ตามความชอบ

วิธีต้มสาคูเปียกข้าวโพด

1. ล้างสาคูด้วยน้ำสะอาดประมาณ 1-2 รอบ

2. ตั้งน้ำไว้ให้เดือด เมื่อเดือดแล้วให้เบาไฟลง และใส่สาคูลงไป จากนั้นต้มไปเรื่อย ๆ จนสุก

3. ใส่น้ำตาลคนจนน้ำตาลเริ่มละลาย ใส่ข้าวโพดต้มที่ผ่านการฝานเรียบร้อยแล้วลงไป จากนั้นตักขึ้นและพักไว้

4. เทกะทิลงไปจากนั้นปรุงด้วยเกลือจนดีรสชาติที่ชอบ ตั้งไฟจนเดือด แล้วเบาไฟลง คนจนเริ่มเหนียวเล็กน้อยแล้วจึงปิดไฟ และนำไปพักไว้

https://www.pinterest.com/pin/755338168730991840

เมื่อคุณต้องการจะทานนั้นสามารถตักกะทิราดเพิ่มและอาจเพิ่มมะพร้าวขูดเติมลงไปเพื่อเพิ่มลูกเล่นพร้อมกับความอร่อยได้ตามที่ต้องการอีกด้วย เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เมนูสาคูเปียกข้าวโพด ซึ่งเมนูของหวานไทยโบราณเป็นมาทานกันแบบง่าย ๆ และตักได้ในปริมาณที่จุใจกันแล้ว

Categories
ขนมเจ

ขนมเจ สไตล์อินเตอร์กับ วาราบิโมจิ

https://shopee.co.th/ขนมญี่ปุ่น

ขนมหยดน้ำหรือ วาราบิโมจิ นั้นถือเป็นหนึ่งในขนมเจที่คุณไม่ควรพลาด แถมยังเป็นขนมที่ทำได้ง่ายสุด ๆ อีกด้วย วันนี้ถ้าใครเกิดอยากจะลองเข้าครัวเป็นเชฟขนมเอเชียกันบ้างเราได้เตรียมสูตรของขนมชนิดนี้มาไว้ให้คุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมแล้วมาเริ่ม โกอินเตอร์ไปกับวาราบิโมจิ กันเลย

. https://pantip.com/topic/30846402

วัตถุดิบในการทำเมนู วาราบิโมจิ

-ส่วนของวาราบิโมจิ

แป้งมัน                          100      กรัม

ผงวุ้น                            ¼         ช้อนชา

น้ำตาลทราย                  50        กรัม

น้ำเปล่า                         400      กรัม

ถั่วคินาโกะป่น                80        กรัม

– ส่วนของคุโรมิสึ

น้ำตาลทรายแดง 160      กรัม

น้ำเปล่า                         200      กรัม

https://supersaleth.com/product/

วิธีทำวาราบิโมจิ

1. นำแป้งมัน น้ำตาลทราย ผงวุ้น และน้ำเปล่า ใส่รวมกันลงไปในกระทะ

2. คนทุกส่วนผสมให้เข้ากันสังเกตจนแป้งไม่เกาะกันเป็นเม็ด

3. จากนั้นนำขึ้นเตาเปิดไฟอ่อนกวนไปเรื่อย ๆ จนแป้งกลายเป็นเนื้อใส

4. นำไปใส่ในกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้าและนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้โมจิเซตตัว

5. ระหว่างที่รอให้แป้งเซทตัวนั้น ให้คุณหันมาทำซอสราดอย่างซอสคุโรมิสึแทน เริ่มจากการนำน้ำตาลทรายแดง ตามด้วยน้ำเปล่ามาตั้งไฟอ่อน และเคี่ยวไปประมาณ 10 นาที เมื่อซอสเริ่มหนืดให้นำไปพักให้เย็นลง

6. นำแป้งที่แช่ไว้ในตู้เย็นออกมาแช่ด้วยน้ำเย็นอีกต่อหนึ่งเพื่อให้หลุดจากพิมได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม และนำไปแช่ในน้ำเย็นจัดเพื่อให้เซทตัวสมบูรณ์

7. นำวาราบิที่ตัดไว้ไปคลุกผงถั่วคินาโกะป่นให้ทั่วทั้งก้อนแล้วเสิร์ฟพร้อมซอสคุโรมิสึ

วิธีทำไม่ยากแต่อาจต้องใช้เวลารอเพื่อให้วาราบิโมจิเซทตัวกันอยู่บ้าง นี่ถือเป็นเมนูของว่างเจง่าย ๆ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ ถือว่าเป็นขนมที่จะพาคุณโกอินเตอร์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่เริ่มทำและทานก็เหมือนลัดฟ้าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัยกันแล้ว

Categories
ขนมเจ

มันฝรั่งทอด ขนมเจที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

https://cookpad.com/th/recipes/528976-มันฝรั่งทอดกรอบ-ไม่ต้องง้อเลย์แล้ว

สำหรับเมนู มันฝรั่งทอด น่าจะเป็นของว่างเจที่ใครหลาย ๆ คนชอบกันอยู่แล้ว แต่ถ้าได้ลองทำขนมเจชนิดนี้เองน่าจะประหยัดงบแล้วก็ทานกันได้ไม่อั้นมากกว่าเดิม เราเลยเตรียมวัตถุดิบของมันฝรั่งทอดโฮมเมดมาฝากคุณกันบอกเลยว่าทำงาน มีประโยชน์ และยังเหมาะกับคนที่ต้องการเลี่ยงเนื้อสัตว์อีกด้วย

https://twitter.com/gingun7/status/1261825966197751813

วัตถุดิบในการทำมันฝรั่งทอดแบบแผ่น

            บอกเลยว่าวัตถุดิบของขนมเจอย่างมันฝรั่งทอดโฮมเมดนั้นแสนจะน้อยและไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพียงแต่อาจทำให้คุณต้องใช้เวลามากกว่าการไปซื้อมาทานเท่านั้นเอง โดยวัตถุดิบหลัก ๆ มีดังนี้

มันฝรั่ง              2-3                   ลูก

แป้งทอดกรอบ    3                      ช้อนโต๊ะ

น้ำมันสำหรับทอด

https://twitter.com/gingun7/status/1261825966197751813

วิธีทำมันฝรั่งทอดแผ่นบาง

1. เริ่มจากการสไลด์มันฝรั่งให้ออกมาเป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นนำกระดาษชิชู่มาซับแผ่นมันฝรั่งให้แห้งสนิท

2. จากนั้นนำแป้งทอดกรอบมาโรยพร้อมกับการคลุกเคล้าแผ่นมันฝรั่ง โดยคลุกเพียงบาง ๆ เมื่อเรียบร้อยแล้วเริ่มนำไปทอดกันได้เลย

3. การทอดมันฝรั่งทอดแบบแผ่นนั้นให้ค่อย ๆ หยิบทีละแผ่นลงในน้ำมันที่เดือดจัด เพื่อไม่ให้แผ่นมันฝรั่งติดกัน แล้วอย่าลืมคนให้ทั่วจนแผ่นมันฝรั่งเริ่มเหลืองจึงสามารถตักขึ้นมาพักไว้ได้

คุณสามารถเพิ่มเติมลูกเล่นให้กับเมนูขนมเจอย่างมันฝรั่งทอดได้ด้วยการโรยเกลือหรือผงปรุงรสในสไตล์ที่คุณชอบไม่ว่าจะเป็นปาปิก้า ชีส หรือสไปซี่ บอกเลยว่านี่จะเป็นเมนูของกินเล่นเจที่อยู่กับคุณได้ในหลากหลายโอกาสกันอย่างแน่นอน

Categories
ขนมเจ

ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมไทยที่เป็นขนมเจ

. https://www.matichon.co.th/prachachuen/daily-column/news_2135670

สำหรับเมนูอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง นั้นถือว่าเป็นเมนูยอดนิยมในช่วงหน้าร้อนของไทยที่หลายคนไม่รู้ว่าการทำเมนูนี้เองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก และยังสามารถที่จะผันตัวเป็นขนมเจในช่วงปลายปีที่บ้านเรามีเทศกาลถือศีลกินเจกันได้อีกด้วย สำหรับใครที่สนใจอยากลองทำเมนูนี้ด้วยตัวเองเรามีสูตรมาฝากกัน

ข้าวเหนียวมะม่วง
. https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/review/1910779

วัตถุดิบการทำข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียว                     350      กรัม

กะทิ                              1          กระป๋อง

น้ำตาลทราย                  ¾         ถ้วย

เกลือ                             1+ ¼    ช้อนชา

แป้งข้าวเจ้า                    1          ช้อนชา

ใบเตย                           4-5       ใบ

ข้าวเหนียวมะม่วง
https://www.thaistreetfood.net/food/ข้าวเหนียวมะม่วง/

วิธีทำข้าวเหนียวมะม่วง

1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาดแล้วทำการแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน

2. เติมน้ำลงในหม้อนึ่งแล้วนำขึ้นตั้งไฟเปิดในระดับไฟแรง รอจนน้ำเดือด แล้วสะเด็ดน้ำออกจากข้าวเหนียวนำขึ้นมาห่อด้วยผ้าขาวบาง พร้อมกับวางใบเตยลงไปประมาณ 2 ใบ เรียบร้อยแล้วเริ่มนึ่งได้

3. นึ่งประมาณ 30 นาทีหรือจนกว่าข้าวเหนียวจะสุก

4. นำกะทิมาแบ่งไว้ประมาณ ¾ ถ้วยตวง ส่วนกะทิที่เหลือนำไปใส่หม้อเล็กพร้อมทั้งเติมน้ำตาล และเกลือ 1 ช้อนชาลงไปเรียบร้อนแล้วให้นำไปตั้งไฟอ่อน

5. ใส่ใบเตยที่เหลือลงในหม้อกะทิ แล้วใช้ทัพพีคนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลนั้นละลายหมด โดยระวังอย่าให้กะทิจับเป็นก้อน เมื่อกะทิเดือดให้ปิดเตาแล้วยกลงพักเอาไว้

6. ตักข้าวเหนียวที่สุกเรียบร้อยแล้วลงในอ่างผสมและเทกะทิที่ร้อนอยู่ลงไป ขั้นตอนนี้ให้คุณคนด้วยความรวดเร็วเพื่อให้กะทิทั่วข่าวเหนียว จากนั้นปิดฝาให้ข้าวเหนียวเกิดความระอุประมาณ 15 นาที

7. นำกะทิ 3/4 ถ้วยที่แบ่งไว้มาผสมกับแป้งข้าวเจ้าพร้อมทั้งใส่เกลือลงไป จากนั้นนำไปตั้งไฟแล้วคนเรื่อย ๆ จนกะทิมีความข้นขึ้นและเดือด ส่วนนี้จะนำมาใช้เพื่อเป็นกะทิสำหรับราดหน้านั่นเอง

8. ตักข้าวเหนียวใส่จาน ราดด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ อาจโรยถั่วเหลืองเพิ่ม แล้วทำการเสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุก

มักจะมีคำถามตามมาเสมอว่า ข้าวเหนียวมะม่วง กี่แคล คำตอบก็คือประมาณ 350 กิโลแคลอรี่ ซึ่งถือว่ายังพอจะออกกำลังกายเพื่อเผาพลาญได้ เพราะเมนูข้าวเหนียวมะม่วงถ้าจะงดทานเลยก็คงจะทำให้ช่วงหน้าร้อนหรือเทศกาลกินเจกร่อยไปไม่น้อย

Categories
ขนมเจ

ใครกำลังมองหา ขนมเจ ห้ามพลาดเปียกปูนกะทิสด

https://www.wongnai.com/recipes/butterfly-pea-milk-pudding-with-young-coconut-meat

เมนูที่มีส่วนผสมของกะทินั้นต้องยกให้เป็นยอดของความอร่อย และจะดีแค่ไหนถ้าเมนูที่แสนอร่อยเหล่านั้นเป็นขนมเจให้คุณได้อิ่มบุญไปพร้อมกับอิ่มท้อง เราขอมาแนะนำสูตรของขนมอย่าง เปียกปูนกะทิสด ให้คุณได้ลองเอาไปทำตามกัน บอกเลยว่าทำง่ายกว่าที่คิด แล้วก็อร่อยแบบที่เคยทานกันมาอย่างแน่นอน

เปียกปูนเจ
https://scitech.kpru.ac.th/portal/hashtag?tags=ปูน

วัตถุดิบน้ำกะทิของเปียกปูนกะทิสด

เกลือ 1 ช้อนชา กะทิ 1 ถ้วยตวง แป้งสาลีเอนกประสงค์     1          ช้อนชา งาขาวคั่ว                 สำหรับโรยหน้า

วัตถุดิบเปียกปูนกะทิสด

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง แป้งมัน ¼ ถ้วยตวง น้ำอัญชัน 2 ถ้วยตวง น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม น้ำตาลทราย ¼ ถ้วยตวง

เปียนปูนเจ
. https://food.mthai.com/dessert/129473.html

วิธีทำเปียกปูนกะทิสด

1. เริ่มด้วยการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำอัญชัน น้ำปูนใส น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย พร้อมคนให้เข้ากัน สังเกตว่าเมื่อแป้งและน้ำตาลละลายเข้ากันถือว่าได้ที่แล้ว

2. นำส่วนผสมทั้งหมดขึ้นมาตั้งไฟโดยควรใช้ไฟกลางพร้อมทั้งคนไปเรื่อย ๆ จนแป้งมีความข้นหนืดขึ้น

3. เมื่อตัวตัวแป้งได้ที่แล้ว ให้คุณนั้นคนต่ออีกเล็กน้อยแล้วปิดไฟ พร้อมพักไว้ให้เย็น

4. มาเริ่มหน้ากะทิโดยผสมกะทิ แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือ ให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดีแล้วให้นำมาตั้งไฟและทำการคนไปเรื่อย ๆ จนเกลือละลาย และส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีจึงสามารถปิดไฟได้

5. วิธีการเสิร์ฟนั้นให้คุณราดกะทิลงบนตัวเปียกปูน ตามด้วยการโรยงาขาวคั่ว

มีบางคนถามเข้ามาว่าสามารถที่จะทำเปียกปูนกะทิสด ไม่มีน้ำปูนใสได้หรือไม่ คำตอบคือสามารถทำได้แต่น้ำปูนใสนั้นจะมีส่วนช่วยในการเซทตัวของเปียกปูนกระทิสด โดยถ้าไม่ใช้วัตถุดิบนี้ก็อาจเปลี่ยนเป็นโซดาแทนได้เช่นกัน แต่ถ้าอยากได้เปียกปูนกะทิสด แบบดั้งเดิมแนะนำว่าใส่น้ำปูนใสจะดีที่สุด

Categories
เค้ก

ชีสเค้ก แสนอร่อยกับสูตรชีสเค้ก อร่อยมากจนต้อง นำมาบอกต่อ

ชีสเค้ก ที่สายหวานหลาย ๆ คนมักจะชอบเพราะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มมาก ๆ และก็ไม่หวานเหมือนเค้กทั่วไป ซึ่งหากใครอยากจะทำไว้กินเอง หรือจะทำเป็นแบบชีสเค้กญี่ปุ่น, ชีสเค้กหน้าไหม้ ส่งเป็นเค้กวันเกิดหรือจะโอกาสพิเศษต่าง ๆ วันนี้ก็มีสูตรชีสเค้กอร่อยมาก ๆ มาให้ได้ทำกัน

วัตถุดิบในการทำชีสเค้ก

  1. ครีมชีส  140 กรัม
  2. เนยเค็ม  20 กรัม
  3. นมสด  45 มิลลิลิตร
  4. น้ำตาลไอซิ่ง  55 กรัม (ส่วนที่1)
  5. ไข่แดง  3 ฟอง
  6. น้ำมะนาว  1 ช้อนโต๊ะ
  7. กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  8. แป้งเค้ก   40 กรัม

(หากต้องการให้เนื้อเค้กมีความชีส และเวลาอบบออกมามีลักษณะเป็นชีสเค้กหน้าไหม้ ให้ลดปริมาณแป้ง 10 กรัมลง)

  • ไข่ขาว   3 ฟอง
  • น้ำตาลไอซิ่ง  35 กรัม (ส่วนที่2)

วิธีทำ ชีสเค้ก

  1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟล่าง ใส่น้ำร้อนลงไปในถาดชั้นล่าง เราจะอบขนมที่ชั้นกลางของเตา
  2. ตีครีมชีส เนย ให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นใส่นมสดลงไปคนผสมให้เข้ากัน
  3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที ให้ส่วนผสมร้อน
  4. ตีไข่แดงในชามผสมอีกใบ จากนั้นร่อนแป้งและน้ำตาลส่วนที่ 1 ลงไปคนผสม
  5. จากนั้นตามด้วยส่วนผสมครีมชีสที่ละลายไว้ในข้อ 3  ใส่ลงไปผสมให้เข้ากัน
  6. และจากนั้นหันมาตีไข่ขาวกับน้ำตาลไอซิ่งส่วนที่ 2 จนตั้งยอดอ่อน
  7. แบ่งไข่ขาวมาตะล่อมใส่ส่วนผสมครีมชีส แบ่งผสม 2-3 ครั้ง ด้วยการตะล่อมเบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน
  8. ใส่ส่วนผสมลงในพิมพ์ ที่กรุกระดาษรองอบไว้แล้ว นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ประมาณ 45-50 นาที
  9. เมื่อเค้กสุกแล้วให้นำออกจากพิมพ์ทันที พักให้เย็นบนตระแกรงพักขนมให้เย็นสนิท และนำเข้าตู้เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็สามารถจะจัดเสิร์ฟได้เลย
Categories
หน้าแรก เค้ก

เค้กมะพร้าวอ่อน แสนอร่อย สำหรับสาวหวาน

สาวหวานหลาย ๆ คนที่ชอบกินเค้กมะพร้าว คงกำลังหากันอยู่ใช่ไหม กับ เค้กมะพร้าวอ่อน สูตรไหนอร่อย หรือจะเป็นเค้กมะพร้าวครีมสด ซึ่งก็มีวิธีทำที่ไม่ยากเลย จะได้รสชาติที่อร่อย แถมยังสามารถจะตกแต่งให้เป็นเค้กมะพร้าวสวย ๆ ให้ได้กิน และฟิน ๆ ไปพร้อมกันเลย

วัตถุดิบในการทำเค้กมะพร้าวอ่อน

  1. แป้งเค้ก   90 กรัม
  2. ผงฟู   1/2 ช้อนชา
  3. น้ำตาลทราย   75 กรัม
  4. ไข่ไก่   3 ฟอง
  5. โอวาเลท   20 กรัม
  6. กลิ่นวนิลาบัตเตอร์   1 ช้อนชา (ถ้าชอบเค้กมะพร้าวใบเตย ก็สามารถจะเปลี่ยนเป็นกลิ่นใบเตยได้)
  7. หัวกะทิ   80 มิลลิลิตร
  8. วิปปิ้งครีม   250 มิลลิลิตร
  9. หัวกะทิ   50 มิลลิลิตร
  10. มะพร้าวอ่อน   350 กรัม

วิธีทำ เค้กมะพร้าวอ่อน

  1. อุ่นเตาที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียล
  2. เริ่มทำเนื้อเค้กด้วยการร่อนแป้งเค้กรวมกับผงฟู
  3. นำส่วนผสมในข้อ 2 รวมกับน้ำตาล ไข่ไก่ และกลิ่นวนิลา คนส่วนผสมให้พอเข้ากันจากนั้นใส่โอวาเลท
  4. ตีด้วยเครื่องใช้ความเร็วสูงประมาณ 5 นาที จากนั้นปิดเครื่องแล้วใส่หัวกะทิ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
  5. เทลงในพิมพ์เค้ก 1-2 ปอนด์ (1 ปอนด์สำหรับผู้ที่ชอบเค้กทรงสูง , 2 ปอนด์สำหรับผู้ที่ชอบความสูงมาตรฐาน)
  6. นำเข้าเตาอบ 30-35 นาที
  7. เมื่อเค้กสุกนำออกจากพิมพ์ แล้วพักไว้ให้เย็น
  8. ระหว่างที่รอเค้กเย็น ทำครีมโดยนำวิปปิ้งครีมและกะทิมาผสมกัน ตีจนขึ้นฟูตั้งยอด
  9. เมื่อเค้กเย็นนำมาหั่นสไลด์เพื่อจะทำเป็นชั้นเป็น 2-3 ชั้นตามความชอบ
  10. เริ่มแต่งเค้กมะพร้าวอ่อนด้วยการวางเนื้อเค้กชั้นแรกลงบนฐานหมุนแต่งเค้ก
  11. บีบครีมให้ทั่วด้านบนและปาดจนเรียบ โรยด้วยมะพร้าวอ่อนจนทั่ว
  12. ถ้าทำเค้ก 3 ชั้น ชั้นที่ 2 ทำซ้ำแบบเดิม
  13. เมื่อทำครบทุกชั้น วางเนื้อเค้กชั้นบนและแต่งครีมให้ทั่วก้อนเค้ก ปาดให้เรียบ และแต่งด้วยมะพร้าวอ่อนตามชอบ เสร็จแล้วก็พร้อมฟินกันเลย
Categories
เค้ก

เค้กกล้วยหอม สูตรโบราณทั้งนุ่ม ทั้งหอม อร่อยได้ไม่กลัวอ้วน

เค้กกล้วยหอม

เค้กกล้วยหอม เป็นขนมโบราณที่นิยมทำขาย ทำกินซึ่งวัตถุดิบที่นำมาใช้หาง่าย และมีเกือบทุกฤดูกาล อีกทั้งด้วยเพราะเนื้อเค้กกล้วยหอมนุ่มฟู รสชาติก็จะได้ความหวานธรรมชาติจากเนื้อกล้วยอยู่แล้ว จึงไม่ต้องจำเป็นต้องเพิ่มความหวานจากน้ำตาลมากกนัก ในปัจจุบันยังนำเค้กมาดัดแปลงให้รสชาติถูกปากเด็ก ๆ มากขึ้นด้วยการราดด้วยช๊อกโกแลตหรือตามที่ต้องการได้เลย แต่ในที่นี้ก็จะแนะนำเป็นเค้กกล้วยหอมสูตรโบราณ โดยจะใช้วิธีการนึ่งซึ่งจะยิ่งทำให้เนื้อเค้กนุ่มและหอมมากยิ่งขึ้น

วัตถุดิบในการทำเค้กกล้วยหอม

  1. แป้งเค้ก   275 กรัม
  2. ไข่ไก่   3 ฟอง ( เบอร์ 2 )
  3. กล้วยหอม   330 กรัม
  4. น้ำตาลทราย   130 กรัม
  5. น้ำตาลปี๊บ   50 กรัม
  6. ผงฟู   1  ช้อนชา
  7. เบกกิ้งโซดา   1  ช้อนชา
  8. เกลือ  ½ ช้อนชา
  9. นมข้นจืด   100 กรัม
  10. กลิ่นวนิลา   ½  ช้อนชา
  11. น้ำมะนาว   10  กรัม
  12. น้ำมันข้าวโพด 110 กรัม

วิธีทำ เค้กกล้วยหอม

  1. เตรียมแป้งเค้ก เกลือ ผงฟู เบกกิ้งโซดา ร่อนใส่ชามผสมเตรียมไว้
  2. เตรียมถ้วยผสม ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปบี้พอละเอียด ใส่นม น้ำมันพืช กลิ่นวนิลา น้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน
  3. เตรียมชามผสม ตอกไข่ใส่ลงไป ตีด้วยเครื่องตีให้ฟูเนียน แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไปตีจนเข้ากันดี  จากนั้น ค่อย ๆ ใส่นมที่ผสมไว้ แล้วตีให้เข้ากัน บี้กล้วยหอมให้พอละเอียดใส่ลงไปผสม ใส่แป้งที่ร่อนเตรียมไว้ ใช้พายตะล่อมแป้งให้เข้ากันดี
  4. จากนั้นตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ตักใส่ให้พอดีพิมพ์ แล้วใส่ซึ้งนึ่งที่ตั้งน้ำเดือดจัด ๆ ประมาณ 15-20นาที หรือดูจนเค้กกล้วยหอมสุกดีแล้ว ก็เป็นอันใช้ได้ ถือว่าเป็นเค้กกล้วยหอมสูตรโบราณในขั้นตอนง่าย ๆ

สำหรับใครที่อยากลองทำเมนูเค้กง่าย ๆ แนะนำเค้กกล้วยหอมเลยค่ะ

Categories
เค้ก

เค้กช็อกโกแลต กับวันพิเศษ ๆ ทำง่าย อร่อยอีกด้วย

เค้กช็อกโกแลต

ปัจจุบันนี้มีวิธีทำ เค้กช็อกโกแลต ธรรมดา ๆ ให้กลายเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน บอกเลยว่าง่ายมาก สามารถจะทำตามได้ ทำให้เป็นเค้กวันเกิด วันครบรอบได้

วัตถุดิบในการทำ เค้กช็อกโกแลต

  1. แป้งเค้ก  40 กรัม
  2. ผงฟู  1/8 ช้อนชา
  3. เบกกิ้งโซดา  1/8 ช้อนชา
  4. เกลือ  1/8 ช้อนชา
  5. ผงโกโก้ 10 กรัม
  6. น้ำตาลป่น 45 กรัม
  7. น้ำ 25 กรัม
  8. น้ำมันพืช 30 กรัม
  9. ไข่แดง 1 ฟอง
  10. นมข้นจืด 10 กรัม
  11. กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  12. ไข่ขาว 1 ฟอง
  13. ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
  14. น้ำตาลทราย 20 กรัม

ส่วนผสมหน้า เค้กช็อกโกแลต

  1. ผงวุ้น 1/4 ช้อนชา
  2. น้ำ  75 กรัม
  3. นมข้นจืด(1)   50 กรัม
  4. น้ำตาล   50 กรัม
  5. ผงโกโก้   10 กรัม
  6. แป้งข้าวโพด   10 กรัม
  7. นมข้นจืด(2)   40 กรัม
  8. เนย  40 กรัม

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มง่ายๆ

  1. อุ่นเตาที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนและไฟล่าง
  2. ร่อนแป้ง ผงฟู น้ำตาลป่น ผงโกโก้ (หากต้องการที่จะได้เค้กช็อกโกแลตเข้มข้น สามารถจะเพิ่มอัตราส่วนของผงโกโก้อีก 1-2 กรัม ) Baking Soda และเกลือ เข้าด้วยกันพักไว้
  3. ผสมน้ำ นมข้นจืด น้ำมันพืช ไข่แดง และวานิลลา จนเข้ากัน
  4. นำส่วนผสมในข้อ 2 และข้อ 3 ผสมให้เข้ากันแล้ว
  5. ตีไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ ตามด้วยน้ำตาล จนตั้งยอดอ่อน
  6. ตะล่อมส่วนผสมของไข่แดงและไข่ขาวให้เข้ากัน
  7. เทส่วนผสมของเค้กลงในพิมพ์ที่ปูกระดาษรองอบเตรียมไว้
  8. อบที่ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนและล่าง 25 นาที
  9. เมื่อเค้กสุกให้นำออกพักไว้

วิธีทำหน้าเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มง่ายๆ

  1. ผสมแป้งข้าวโพดและนมข้นจืดส่วนที่2 ให้เข้ากันดี
  2. ผสมผงวุ้น น้ำ นมข้นจืด น้ำตาล และผงโกโก้คนให้เข้ากัน เข้าไมโครเวฟ 1 นาทีครึ่ง คนทุก ๆ 30 วินาที
  3. ค่อย ๆ เติมส่วนผสมของแป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากัน เข้าไมโครเวฟ 2 นาที คนทุก ๆ 30 วินาที
  4. เติมเนย คนให้ละลาย
  5. นำมาราดบนเค้กช็อกโกแลต แล้วนำแช่ตู้เย็นพอให้เซ็ทตัว แค่นี้ก็เป็นเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มง่ายๆ พร้อมเสิร์ฟได้เลย