Categories
ขนมไทย

เงาะลอยแก้ว เมนูบ้าน ๆ อร่อยทานง่าย ทำไม่ยากอย่างที่คิด

เงาะลอยแก้ว ถือเป็นเมนูทานเล่นที่เหมาะสำหรับหน้าร้อนบ้านเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากรสชาติของเขาหวานกลมกล่อม เนื้อเงาะให้ความฉ่ำสดชื่น ไม่หวานจนเลี่ยน โดยทั่วไปก็มักจะมีขายตามห้างร้านต่าง ๆ แต่ของที่ซื้อมานั้นเราไม่สามารถควบคุมปริมาณของรสชาติ รวมถึงคุณภาพได้ วันนี้เราจึงอยากชวนทุกท่านมาทำเงาะลอยแก้วทานเองหรือจะทำขายตลาดก็ได้สบาย ๆ

เงาะลอยแก้ว ใช้อะไรบ้าง

เงาะลอยแก้ว นั้นใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำเพียงไม่กี่อย่าง งบประมาณไม่บานปลาย ทำเงาะลอยแก้วขาย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนทุนน้อย เพราะเขาเป็น ของกินเล่น ที่ถูกปากคนไทย และถ้าถามว่า เงาะลอยแก้ว เก็บได้กี่วัน กลัวทำขายแล้วเสียเปล่าขาดทุน หากแช่ตู้เย็นเอาไว้ ปิดฝาสนิทแนบชิดเขาก็สามารถอยู่ได้ถึง 1 สัปดาห์เลยทีเดียว

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำ เงาะลอยแก้ว

            1.หม้อ

            2.กระบวย

            3.มีดคว้าน

            4.ภาชนะมีฝาปิดสำหรับใส่เงาะลอยแก้ว (ตามสะดวก)

            วัตถุดิบที่ต้องใช้ในการทำ เงาะลอยแก้ว

            1.เงาะ 3 กิโลกรัม

            2.เกลือป่น ¼ ช้อนชา

            3.น้ำเปล่า 1.5 ลิตร

            4.น้ำตาลทราย 500 กรัม

How to ทำ เงาะลอยแก้วอย่างง่าย แถมอร่อยด้วย

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า เงาะลอยแก้ว ใส่อะไรบ้าง ต่อมาก็เป็นขั้นตอนของการทำ เงาะลอยแก้ว ซึ่งบอกเลยว่าอาจใช้เวลาเล็กน้อยในขั้นตอนการคว้านเม็ดเงาะเล็กน้อย แต่ใคร ๆ ก็ทำได้อย่างแน่นอน

            วิธีทำเงาะลอยแก้ว

          1.เริ่มต้นด้วยการกะเปลือกเงาะออกจากกันให้หมดทุกลูก

            2.จากนั้นใช้มีดคว้านแทงไปตามแนวของเม็ดเงาะให้แนบชิดที่สุดแล้วหมุนมีดไปรอบ ๆ เม็ดเงาะจากนั้นกลับด้านแล้วทำเช่นเดิม และใช้ปลายมีดดันเม็ดเงาะออก

            3.นำน้ำเปล่าเทใส่หม้อตามด้วยน้ำตาล คนไปก่อนสักพักแล้วจึงเปิดไฟกลางทิ้งไว้ ถ้าใครชื่นชอบใบเตยจะใส่ลงไปด้วยก็หอมอีกแบบ

            4.คนน้ำตาลให้ละลายและทิ้งไว้จนเดือด

            5.ใส่เกลือป่น

            6.จากนั้นใส่เงาะที่คว้านเสร็จสรรพลงไปในหม้อ

            7.รอให้น้ำเดือดอีกหน จากนั้นก็ปิดเตาและรอให้เย็นก่อนนำมาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้เพื่อรับประทาน

            เพียงเท่านี้เราก็จะได้ เงาะลอยแก้ว แบบใหม่แบบสับที่เหมาะกับคนยุคใหม่เพราะทำง่าย ไม่ยุ่งยาก หรือจะทำขายก็ดีไม่แพ้กัน แนะนำให้แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ก่อนรับประทาน รสชาติหวานเย็น หอมอร่อย เนื้อเงาะนุ่มนิ่มเหมือน Jelly แต่มี Texture ความหนึบหนับ ถูกใจทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ทานคลายร้อนรับประกันเลยว่าฟิน

Categories
ขนมปัง

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ไส้ครีมหวานอมเปรี้ยว สอดใส่สตรอเบอร์รี่ลูกโต กัดเต็มคำฟินมาก

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ขนมหวานที่กำลังมีกระแสอยู่ในตอนนี้ ซึ่งหลายคนอาจจะเคยลอง หรือยังไม่เคยได้ทานเลยสักครั้ง วันนี้จะมาแนะนำให้กับทุกคนได้รู้จัก ชูครีม หรือ CHOUX CREAM อ่านออกเสียงว่า ชูซ์ อา ลาเคร์ม ที่แปลว่า กะหล่ำปลี มีครีม นั้นเอง ต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส หน้าตาของขนมจะเป็นก้อนกลม ทำมาจากแป้งชู นม เนย และน้ำ รสชาติจะหวานมัน อร่อยมาก ๆ ดังนั้นวันนี้ จะมาสอนทุกคนทำเบเกอรี่ชนิดนี้กัน ทำกินก็อร่อย ทำขายก็ได้กำไรอย่างแน่นอน

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ เป็นขนมที่มาจากแถบประเทศยุโรป ซึ่งต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในอดีตมีความรุ่งเรืองทางด้านอาหารมาก โดยเฉพาะเมนูขนมต่าง ๆ โดยวันนี้จะมาแจงรายละเอียดอย่างครบครันว่าชูครีมสตรอเบอร์รี่ ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ มีอะไรบ้าง ที่ต้องจัดเตรียมให้พร้อม โดยส่วนผสมค่อนข้างจะเยอะนิดหน่อย แต่หาซื้อได้ไม่ยาก

ส่วนผสมในการทำเปลือกชูครีม

ส่วนที่ 1

1. เนยสดจืด                          70                 กรัม

2. น้ำตาล                             50                 กรัม

3. แป้งเค้ก                           70                 กรัม

4. เกลือ                               1/4                ช้อนชา

5. สีผสมอาหารสีชมพู

ส่วนที่ 2

1. น้ำสะอาด                         130               กรัม

2. เนยสดจืด                          60                 กรัม

3. เกลือ                               1/4                ช้อนชา

4. แป้งเค้ก                            90                 กรัม

5. ไข่ไก่เบอร์ 0                       3                  ฟอง

ส่วนผสมชูครีม

1. แดรี่วิปครีม                       300               กรัม

2. น้ำตาลไอซิ่ง                       50                 กรัม

3. สตรอเบอร์รี่สดชูครีมสตรอเบอร์รี่ สูตร ทำขาย ก็จะมีส่วนผสมประมาณนี้ จะแบ่งออกเป็นสามส่วนที่ต้องเตรียม อย่าลืมเตรียมกันให้ครบนะ

แจกสูตรทำชูครีม ไส้สตรอเบอร์รี่ลูกโต หวานฉ่ำ อร่อยมาก

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ ขนมสุดแสนอร่อย ที่ใคร ๆ ก็ชื่นชอบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนู เบเกอรี่ทำง่าย ที่อยากให้ทุกคนได้ลองทำ รับรองว่าถ้าทำเป็นแล้ว นอกจากจะทำทานเองที่บ้าน ยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้อีกด้วย โดย ชูครีมสตรอเบอร์รี่ วิธีทำ มีดังต่อไปนี้

1. ทำตัวเปลือกชูครีมก่อน แต่อย่าลืมเตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสก่อน จากนั้นผสมน้ำ เนย นม น้ำตาล และเกลือลงในหม้อ ใช้ไฟปานกลาง ให้ความร้อนเรื่อย ๆ และต้องใช้ไม้พาย คนส่วนผสมให้เข้ากัน

2. เมื่อเนยละลาย ให้ใส่แป้งลงไปคนให้เร็วยิ่งขึ้น จนกระทั่งแป้งจับตัว ไม่ติดก้นหม้อ ปิดไฟ ยกลงจากเตา รอให้หายร้อน พออุ่นก็ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง

3. คนส่วนผสมจนเนื้อเนียน ตักใส่ถุงบีบ และบีบลงในถาดอบ ซึ่งต้องรองด้วยกระดาษไข บีบลงไปให้ได้ขนาดพอดี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว แล้วทาไข่เคลือบผิวหน้า

4. ลดอุณหภูมิเตาอบให้อยู่ที่ 160 องศาเซลเซียส นำเข้าอบประมาณ 30 นาที

5. หลังอบแล้ว แป้งจะมีสีเหลือง พองตัวสวยงาม นำออกจากเตาพักให้เย็น แล้วผ่าครึ่งตรงกลาง เตรียมไว้

6. ต่อมาทำครีมโดยผสมสตรอเบอร์รี่บด น้ำตาล เข้าด้วยกัน โดยใช้ความร้อนละลายพักไว้ จากนั้นตีวิปครีมให้ฟู ผสมลงไปตักใส่ถุงบีบ

7. บีบครีมสตรอเบอร์รี่ลงไปตรงกลางแป้งชูครีมที่ผ่าครึ่ง และใส่ลูกสตรอเบอร์รี่สดลงไป โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งชูครีมสตรอเบอร์รี่ ก็มีขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ ง่ายไหมเอ่ย     

ชูครีมสตรอเบอร์รี่ทำเอง อร่อยด้วยฝีมือเรา ครีมแน่น ๆ สตรอเบอร์รี่ลูกโต ๆ กับแป้งชูนุ่ม อร่อยมากเลยเชียวแหละ อย่าลืมไปลองทำกันดูนะ

Categories
ขนมปัง

ไทยากิ ขนมสุดน่ารัก สไตล์ญี่ปุ่น อร่อยมาก แป้งนุ่มละมุนลิ้น

ไทยากิ ขนมที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นขนมไข่ แต่ว่าทำให้มีรูปร่างหน้าตาเป็นปลาไท หรือปลากะพงแดงญี่ปุ่นนั่นเอง โดยปลากะพงญี่ปุ่นเป็นปลามงคล ความหมายดี น่ารักมาก ๆ ตัวของปลาทำมาจากแป้งสาลี สอดไส้ด้วยถั่วแดง แต่ในปัจจุบัน ได้มีการปรับเปลี่ยนรสติของไส้ให้หลากหลายมากขึ้น มีทั้งไส้ครีม ชาเขียว เกาลัด และช็อกโกแลต เป็นต้น แนะนำเลยว่าห้ามพลาด ต้องลองสักครั้ง แต่ว่าก็ค่อนข้างหาทานได้ยากเช่นกัน ดังนั้นวันนี้จะมาแจกสูตรในการทำขนมไข่รูปปลานี้ให้กับทุกคน เตรียมปากกา สมุดมาจดให้พร้อมแล้วมาเริ่มทำกันเลย

ไทยากิ ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ เตรียมให้ครบ อย่าให้ขาด

ไทยากิ มีส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำน้อยมาก ไม่ยุ่งยาก และหาซื้อได้ง่าย เป็น ขนมญี่ปุ่น ที่น่าลองทำเป็นอย่างมาก จะทำทานเองที่บ้านก็ได้ หรือทำขายก็ดี เพราะว่ารูปร่างหน้าตาโดดเด่น รสชาติอร่อย จึงเป็นที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้ลิ้มลอง ดังนั้นมาดูกันเลยว่า การที่จะทำไทยากิ ขนมรูปปลา จะต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำ

1. ไข่ เบอร์1 ทั้งฟอง                          3                   ฟอง

2. ไข่แดง เบอร์1                               1                   ฟอง

3. น้ำตาล                                     120               กรัม

4. กลิ่นวานิลลา                                1                   ช้อนชา

5. แป้งเค้ก                                      90                 กรัม

6. เกลือ                                         1/8                ช้อนชา

7. นม                                           25                 มิลลิลิตร

8. เนยสดจืด                                   25                กรัม

9. ถั่วแดงกวน                                 200               กรัม          

ส่วนผสมทั้งหมดนี้ จะสามารถทำขนมไขรูปปลาได้ประมาณ 18-20 ตัว ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป เตรียมให้พร้อม แล้วเข้าครัวกันเลย

แจกสูตร สอนทำขนมไข่รูปปลา สุดน่ารัก ใครเห็นก็สะดุดตา อยากลิ้มลอง

ไทยากิมีขั้นตอนการทำที่ง่ายมาก ๆ ไม่ยุ่งยากเลย ดังนั้นวันนี้จะมาแจก สูตรขนมทำง่าย ให้กับทุกคน ได้ไปลองทำที่บ้าน หากทำแล้ว พัฒนาฝีมือ คล่องมากยิ่งขึ้น ก็ทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้ ดังนั้นหากพร้อมแล้ว ใส่ผ้ากันเปื้อน และเข้าครัวกันเลย

ไทยากิ วิธีทำ ขนมรูปปลา

1. ขั้นตอนแรก เตรียมชามผสม ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยน้ำตาล แล้วตีให้เข้ากัน

2. เมื่อตีจนเนื้อเนียนแล้ว ก็นำไปตั้งไฟ ซึ่งต้องใช้ไฟอ่อน อย่าให้เดือด ต้มประมาณ 6-7 นาที การเช็คอุณหภูมิ สามารถทำได้โดยเอานิ้วแตะดู ถ้าแตะได้อุ่น ๆ ถือว่ากำลังดี ยกลงจากเตา

3. ละลายเนย ในน้ำนมตั้งหม้อให้ร้อน เมื่อละลายหมดแล้ว ใส่ลงไปในหม้อก่อนหน้า แล้วตีไข่ให้ขึ้นฟู ใส่วานิลาลงไป แล้วตีด้วยความเร็วต่ำ ให้ส่วนผสมเข้ากัน และเป็นการไล่ฟองอากาศออก

4. ใส่แป้งและเกลือ ที่ร่อนแล้วลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 1 นาที

5. ทาเนยลงในกระทะไทยากิและอุ่นให้ร้อน จากนั้นเทแป้งที่ผสมแล้วลงไปครึ่งนึ่ง ตามด้วยถั่วแดงกวย และเทแป้งทับ ปิดฝา พลิกด้าน ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที เนื้อแป้งก็จะสุกพร้อมทาน ไทยากิ ก็มีขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ แต่ว่าการทำจะต้องมีกระทะพิมพ์รูปปลาด้วย ซึ่งไทยากิ รสชาติ จะหวาน และเค็มเล็กน้อย ใครอยากทำทาน ก็สามารถนำสูตรนี้ไปลองได้เลยนะ อร่อยชัวร์

Categories
ขนมหวาน

เต้าฮวยฟรุตสลัด เมนูของหวานละมุน เนื้อเนียนเด้ง อร่อยมาก

เต้าฮวยฟรุตสลัด เป็นเมนูของหวาน สดชื่นเย็นใจ ที่หาทานได้ง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะถนนคนเดิน หรือตลาดนัด มักจะเจอคนนำมาขายบ่อย ๆ แต่ว่าจะหาร้านที่ถูกใจก็ไม่ค่อยมี อยากจะทานแบบเข้มข้น หวาน ละมุน และกลมกล่อม ดังนั้นวันนี้จะมาสอนทุกคนทำเมนูเต้าฮวยสูตรนี้ บอกเลยว่าเด็ด เนื้อเนียนเด้ง เวลาทานเหมือนละลายอยู่ในปาก ตัดกับรสชาติเปรี้ยวหวานของผลไม้ที่นำมาทำเป็นฟรุตสลัด เข้ากันเป็นอย่างมาก ซึ่งผลไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นฟรุตสลัด ได้แก่ สตรอเบอร์รี่ สับปะรด แก้วมังกร และองุ่น เป็นต้น

เต้าฮวยฟรุตสลัด มีส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำอะไรบ้าง

เต้าฮวยฟรุตสลัดส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำน้อยมาก โดยเต้าฮวยฟรุตสลัด ส่วนผสม จะแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ สำหรับทำเต้าฮวย และสำหรับทำฟรุตสลัดนั่นเอง สูตรเต้าฮวย ฟรุตสลัด ทำขายจะมีต้นทุนไม่สูง แก้วหนึ่งประมาณ 10 บาท แต่ขายได้ถึง 20-25 บาท เลยทีเดียว ดังนั้นมาดูกันเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำเต้าฮวย

1. เจลาตินชนิดแผ่น                           2                   แผ่น

2. น้ำเย็น (สำหรับแช่เจลาติน)             1                   ถ้วยตวง

3. ผงวุ้น                                        2                   ช้อนชา

4. นมสดชนิดจืด                               3                   ถ้วยตวง

5. นมข้นจืดคาร์เนชัน                         100               กรัม

6. คาร์เนชันนมข้นหวาน                     1/2                ถ้วยตวง

ส่วนผสมสำหรับฟรุตสลัด

1. น้ำตาลทราย                                1/4                ถ้วยตวง

2. น้ำเปล่า                                      1/4                ถ้วยตวง

3. ผลไม้ตามชอบ หั่นเต๋าเล็ก อาทิ สับปะรด องุ่น สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น จัดเตรียมให้ครบ แล้วจากนั้นก็เข้าครัวลงมือทำขนมหวานชนิดนี้ได้เลย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้วทุกคน

แจกสูตรทำเมนูขนมหวานเต้าฮวย ใส่ฟรุตสลัด ทานแล้วสดชื่นมาก

เต้าฮวยฟรุตสลัดสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ทำตาม สูตร เต้าฮวยฟรุตสลัด ที่นำมาแบ่งปันทุกคนก็สามารถทำออกมาได้อร่อย น่าทานอีกด้วย ดังนั้นมาดูกันว่าเต้าฮวยฟรุตสลัด วิธีทำ มีกี่ขั้นตอน และทำอย่างไรบ้าง

วิธีทำเต้าฮวยราดหน้าด้วยฟรุตสลัด

1. นำผงเจลาติน ใส่ลงไปในน้ำ แช่ไว้ประมาณ 5 นาที เมื่อเจลาตินอิ่มตัว ก็ใส่นมสดชนิดจืด และนมข้นจืดลงไป นำหม้อตั้งไฟอ่อน ๆ ให้พอร้อน ใส่วุ้นลงไปรอให้ละลาย นำเจลาตินที่อิ่มน้ำลงไปละลายเข้าด้วยกัน ใส่นมข้นหวานลงไป ตีให้เข้ากัน

2. นำไปกรอง การกรองจะช่วยให้เนื้อเต้าฮวยเนียน แล้วตักใส่ถ้วย รอให้อุ่น ๆ นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา ประมาณ 30 นาที

3. นำผลไม้ทีชอบมาหั่นเป็นลูกเต๋า ใส่น้ำตาลลงไป ตามด้วยน้ำนำไปตั้งไฟ เคี่ยวจนน้ำตาลเหนียวหนืด และต้มให้เดือดประมาณ 3 นาที รอให้อุ่น แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็น

4. นำเต้าฮวยที่แช่เย็นออกมา ราดหน้าด้วยฟรุตสลัด พร้อมรับประทานเต้าฮวยฟรุตสลัดมีขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ก็ทำออกมาได้อร่อย ขายดีชัวร์ เป็น เมนูขนมทำง่าย ที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำ รับรองว่าจะกลายเป็นเมนูของหวานเมนูโปรดอย่างแน่นอน

Categories
ขนมปัง ขนมไทย

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม สูตรแป้งนุ่มยืด ไส้แน่น อร่อยทุกคำที่ทาน

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม เป็นเมนูขนมที่น่าทานมาก และทำขายได้ดีเลยทีเดียว ทำมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ เนื่องจากว่ามีคนชอบทานเยอะมาก เนื้อแป้งนุ่ม ๆ ยืด ๆ ไส้ไข่เค็มลาวาเยิ้ม ๆ บอกเลยแค่คิดถึงภาพก็หิวแล้ว หน้าตาน่ารับประทานมาก สีเหลืองสวยสดใส โดยแท้จริงแล้ว ขนมเปี๊ยะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน มีชื่อเรียกตามเดิมว่า “ผั่วเปี๊ยะ” มักนิยมทำมาเลี้ยงในงานมงคล ซึ่งคนไทยก็ได้รับสูตรนี้มาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ในอดีต และมีการปรับแต่งสูตรใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความอร่อย และสร้างจุดขายมากยิ่งขึ้น

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม แจกสูตรสอนทำ บอกส่วนผสมแบบละเอียดยิบ ทำตามได้เลย

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม เป็นอีกหนึ่งเมนู อาหารว่าง ทำขายได้กำไรงาม ขนมเปี๊ยะ ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากว่า ส่วนผสม ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม มีหลายรายการมาก เนื่องจากว่าขนมเปี๊ยะ เป็นขนมที่เป็นชั้น ๆ แป้งชั้นในชั้นนอกจะแตกต่างกัน และมีการยัดไส้ข้างในอีกด้วย จึงทำให้ต้องใช้ส่วนผสมเยอะ และการทำต้องใช้เวลานาน ใช้ความประณีตสูง ดังนั้นก่อนที่จะไปเรียนรู้วิธีการทำ มาดูกันก่อนว่า ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำแป้งชั้นใน

1. แป้งสาลีอเนกประสงค์                  1½                ถ้วยตวง

2. น้ำมันพืช                                    5                   ช้อนโต๊ะ

3. ไข่แดงไข่ไก่                               2                   ฟอง

4. น้ำเปล่า                                      2                   ช้อนโต๊ะ

5. สีผสมอาหารสีเหลืองไข่               1                   ช้อนชา

6. ไข่แดงทาหน้าขนม

ส่วนผสมแป้งชั้นนอก

1. แป้งสาลีอเนกประสงค์                  3                   ถ้วยตวง

2. น้ำตาลทราย                               5                   ช้อนโต๊ะ

3. น้ำเปล่า                                     165               มิลลิลิตร

5. น้ำมันพืช                                    1/2                ถ้วยตวง

ส่วนผสมสำหรับทำไส้ไข่เค็มลาวา

1. ไข่แดงเค็ม(นึ่งสุก)                       15                 ลูก

2. แป้งข้าวโพด                               150               กรัม

3. เนยจืด(ละลาย)                            90                 กรัม

4. นมข้นจืด                                    225               มิลลิลิตร

5. น้ำตาลทราย                               180               กรัม

6. เกลือป่น                                     1/4                ช้อนชา

***อย่าลืมเตรียมงาขาว และงาดำ สำหรับโรยตกแต่งหน้าอีกด้วยนะ

HOW TO ทำขนมเปี๊ยะ ยัดไส้ไข่เค็มลาวาอย่างไรให้อร่อย

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็มเป็นขนมที่ต้องใช้เวลาในการทำ ผู้ทำต้องใจเย็น และประณีต ซึ่งวันนี้จะมาแจก สูตร ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม ให้กับทุกคน การันตีเลยว่าสูตรนี้อร่อยชัวร์ 100% มาดูกันเลยว่า วิธีทำ ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม  มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง

1. ทำไส้ไข่เค็มก่อน นำส่วนผสมตามที่บอกข้างต้น ในการทำไส้ มาปั่นให้ละเอียด แล้วเทใส่พิมพ์ซิลิโคน จากนั้นนำไปแช่แข็งจนกว่าไส้จะแข็งตัว

2. ต่อมาทำแป้งชั้นนอก โดยละลายน้ำตาลในน้ำเปล่า แล้วเติมน้ำมันลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำไปเทใส่แป้ง แล้วนวดจนแป้งเนียน แล้วพักแป้งประมาณ 15 นาที จากนั้นนำไปตัดเป็นก้อน ก้อนละ 12 กรัม

3. ทำแป้งชั้นนอก นำแป้งมาผสมกับน้ำมัน นวด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ต่อจากนั้นนำมาตัดแป้งเป็นก้อน แต่ละก้อนให้ได้น้ำหนักประมาณ 28 กรัม

4. นำแป้งชั้นนอกมาทำให้เป็นแผ่น แล้วซ้อนด้วยแป้งชั้นในทิ้งไว้สักพัก นำไส้มาใส่ แล้วปั้นให้เป็นทรงกลม เมื่อปั้นเสร็จแล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที

5. ทำสีทาหน้าขนม โดยผสมน้ำเปล่า สีผสมอาหาร และไข่แดง คนให้เข้ากัน เมื่อครบเวลาอบแล้ว นำขนมออกมาทาหน้า ทาซ้ำประมาณ 2 ครั้ง โรยหน้าขนมด้วยงา แล้วนำไปอบต่อ 5 นาที

6. นำออกมาจากเตาอบ แกะออกจากแม่พิมพ์ พร้อมเสิร์ฟขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็มถึงแม้จะมีส่วนผสม และขั้นตอนการทำที่ค่อนข้างจะยุ่งยาก แต่บอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะอร่อยสุด ๆ ยิ่งทำขายนะ ขายดีเทน้ำเทท่าอย่างแน่นอน เป็นอีกหนึ่ง สูตรเบเกอรี่โฮมเมด ที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ทำตาม รับรองว่าอร่อยกว่าร้านที่เคยซื้ออย่างแน่นอน

Categories
ขนมหวาน

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ของหวานหอมอร่อย ทำง่าย ขายดี

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว เป็นของหวานยอดนิยม ที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน รสชาติ หวานละมุน นิ่มลื่นคอ ยิ่งแช่เย็นแล้วนำมาทาน สดชื่นมากขอบอก คลายร้อนได้เป็นอย่างดี เมนูนี้สามารถทำเป็นอาชีพได้ เนื่องจากว่าทำง่าย ต้นทุนไม่สูง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และเทคนิคอะไรมากนัก ทำขายสร้างกำไรได้งาม เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้จะมาแจกสูตรสอนทำเมนูเต้าฮวยนมสด ใส่มะพร้าวให้กับทุกคน ได้ลองไปทำทานเองที่บ้าน จะทำทานก็อร่อย หรือจะทำขายก็ได้

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ส่วนผสม และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนลงมือทำ

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ก่อนที่จะพาทุกคนเข้าครัวลงมือทำของหวาน ทำง่ายขายดี เมนูนี้ ก่อนอื่นเลย จะต้องมาทำความรู้จักกับส่วนผสม เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ว่ามีอะไรบ้าง ที่ต้องจัดเตรียมให้พร้อม เพราะถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป รสชาติอาจจะผิดเพี้ยนได้ ดังนั้นมาดูกันเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำเต้าฮวย

1. น้ำมะพร้าว             500           มิลลิลิตร

2. น้ำเปล่า                 450           มิลลิลิตร

3. ผงวุ้น                    2               ช้อนชา

4. น้ำตาลทรายขาว     100            กรัม

5. เนื้อมะพร้าวอ่อน      2                ลูก

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำราดเต้าฮวย

1.นมสด           500              มิลลิลิตร

2. น้ำเปล่า               450              มิลลิลิตร

3. น้ำตาลทรายขาว  100               กรัม

4. เนื้อมะพร้าวอ่อน     2                  ลูก          

ส่วนผสมในการทำเต้าฮวยนมสด ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน ก็มีเพียงเท่านี้ จะแบ่งสำหรับทำตัวเต้าฮวย และทำน้ำราดเต้าฮวย เห็นไหมว่าส่วนผสม วัตถุดิบไม่เยอะ เป็นของหาง่าย และราคาไม่แพงอีกด้วย ห้ามพร้อมแล้วก็หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมใส่ แล้วเข้าครัวกันเลย

สอนทำเต้าฮวย นมสดหวาน ๆ ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนเคี้ยวกรุบ ๆ ใครทำก็อร่อย

เต้าฮวยนมสดมะพร้าวนอกจากวัตถุดิบน้อยแล้ว วิธีทำ เต้าฮวยนมสดมะพร้าวก็ง่ายแสนง่าย ใช้เวลาในการทำไม่นาน มาดูกันเลยว่า สูตรเต้าฮวยนมสดมะพร้าวที่เป็นสูตรอร่อย ขายดี มีวิธีการทำอย่างไร

วิธีการทำตัวเต้าฮวย

1. ตั้งหม้อ เปิดไฟปานกลาง ใส่น้ำเปล่า และนำมะพร้าวลงไปต้ม เติมผงวุ้นลงไป คนให้ละลาย และพักไว้ประมาณ 10 นาที

2. นำมาตั้งไฟต่อ อย่าใช้ไฟแรง คนเรื่อย ๆ จนผงวุ้นละลาย ใส่น้ำตาลทรายลงไปละลาย คนให้เข้ากัน จากนั้นนำเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่ลงไป ต้มให้เดือดแล้วยกลงจากเตา

3. ตักใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ จะใช้เป็นถ้วยเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก เมื่อตั้งเสร็จแล้วก็ปล่อยให้แข็งตัว

วิธีการทำน้ำราดเต้าฮวย

1. ตั้งหม้อ ใช้ไฟปานกลาง เทน้ำเปล่า และนมสดลงไปต้มจนเดือด

2. เติมน้ำตาลทราย และเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ขูดไว้ลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ปิดไฟ ยกหม้อลงจากเตา พักสักครู่พอให้หายร้อน

3. ตักน้ำราดลงไปด้านหน้าของตัวเต้าฮวย และปิดฝา แช่ตู้เย็นเต้าฮวยนมสดมะพร้าวก็มีวิธีการทำเพียงแค่นี้ ง่ายมาก โดยรวมใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็เสร็จพร้อมรับประทาน หรือนำไปขายได้เลย ต้นทุนต่ำ ทำง่าย ประหยัดเวลา แนะนำเลยว่าหากใครที่กำลังหา สูตรทำขนมขาย เต้าฮวยนมสด ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากจะแนะนำ ทานง่าย ขายคล่อง

Categories
น้ำปั่น

3 สูตร นมสดปั่น อร่อยทำง่ายแถมมีประโยชน์

นมสดปั่น

เมนูนี้เป็นเครื่องดื่มที่ยอดฮิตก็ว่าได้ อร่อย ทำง่าย และมีประโยชน์ด้วย เด็กๆชอบ แถมกินได้ทุกวัยเลยสำหรับเมนูเครื่องดื่มนี้กับ นมสดปั่น วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำนมสดปั่นโดยเราได้รวบรวมข้อมูลสูตรให้ถึง 3 สูตรเด็ด บอกเลยว่าวัตถุดิบหาซื้อง่ายและขั้นตอนการทำง่ายสุดๆไม่ยุ่งยาก พูดแล้วลองมาทำด้วยกันเลยดีกว่า เราจะพาทุกคนมาทำสูตรอะไรบ้างนั้นมาดูกันทั้งหมด 3 สูตร สูตรนมสดคาราเมลปั่น สูตรนมสดปีโป้ปั่น และสูตรนมหมีปั่น

3 สูตรวัตถุดิบและขั้นตอนการทำ นมสดปั่น

วัตถุดิบการทำนมสดปั่น (สูตรนมสดคาราเมลปั่น)

1.นมสด ½ ถ้วย

2.คาราเมล 20 Ml.

3.นมข้นหวาน 30 Ml.

4.น้ำแข็ง 20 ออนซ์

ขั้นตอนการทำนมสดปั่น (สูตรนมสดคาราเมลปั่น)

1.นำนมสดเทใส่ถ้วยตวง จากนั้นใส่นมข้น ตามด้วยคาราเมลลงไปคนให้เข้ากัน จนนมข้นและคาราเมลละลาย

2.เตรียมเครื่องปั่น เทน้ำแข็งใส่ลงไป ตามด้วยนมที่ผสมไว้ เปิดเครื่องปั่นจนน้ำแข็งละเอียดหรือจนเป็นเนื้อสมูทตี้

3.นำแก้วมาแต่งขอบข้างแก้วด้านในด้วยซอสคาราเมลให้สวยงาม จากนั้นเทนมสดปั่นลงไปให้เต็มแก้วแล้วราดซอสคาราเมลตกแต่งหน้าอีกรอบ ปิดฝาพร้อมเสิร์ฟฟความอร่อยเลยค่ะ

(ใครที่ชอบทานวิปปิ้งครีมสามารถใส่ได้ตามชอบเลยนะคะ)

นมสดปั่น

วัตถุดิบการทำนมสดปั่น (สูตรนมสดปีโป้ปั่น)

1.นมสด ½ ถ้วย

2.ปีโป้ 4-5 ชิ้น

3.น้ำเชื่อม 30 Ml.

4.น้ำแข็ง 20 ออนซ์

ขั้นตอนการทำนมสดปั่น (สูตรนมสดปีโป้ปั่น)

1.เตรียมเครื่องปั่นจากนั้นเทน้ำแข็งลงไป ตามด้วยนมสด น้ำเชื่อม ปั่นจนน้ำแข็งละเอียดจากนั้นปิดเครื่องเปิดฝาเตรียมนำปีโป้ลงไป แล้วเปิดเครื่องปั่นต่อไม่ต้องให้ปีโป้ละเอียดมากเกินไป จากนั้นปิดเครื่องเทใส่แก้ว แต่งหน้าด้วยเนื้อปีโป้หั่นเป็นแว่นๆ ปิดฝาพร้อมเสิร์ฟค่ะ

นมสดปั่น

วัตถุดิบการทำนมสดปั่น (สูตรนมหมีปั่น)

1.นมหมีกระป๋อง 1 กระป๋อง

2.น้ำเชื่อม 40 Ml.

3.น้ำแข็ง 20 ออนซ์

ขั้นตอนการทำนมสดปั่น (สูตรนมหมีปั่น)

1.เตรียมเครื่องปั่นจากนั้นเทน้ำแข็งลงไป ตามด้วยนมหมี น้ำเชื่อม ปั่นจนน้ำแข็งละเอียดหรือไม่มีก้อนน้ำแข็งแล้ว จากนั้นปิดเครื่องเปิดฝา เทลงใส่แก้วพร้อมเสิร์ฟได้เลย หรือเพิ่มเติมท๊อปปิ้งอื่นๆได้ตามใจชอบที่ด้านบนนมสดปั่นได้เลยค่ะ

บทสรุปสุดท้าย

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ3 สูตร นมสดปั่น อร่อยทำง่ายแถมมีประโยชน์ ต้องบอกเลยว่าอร่อยทุกสูตรใครที่เบื่อนมสดร้อน หรือนมปกติ ลองเปลี่ยนจากนมสดธรรรมดามาเพิ่มรสชาติใหม่ๆกันค่ะ แค่มีเครื่องปั่นก็ไม่ยากอีกต่อไป

Categories
Uncategorized

สูตรเด็ด ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูยอดฮิตกำลังมาแรง

ข้าวเหนียวมะม่วง

กระแสมาแรงฮอตสุดๆ ร้านข้าวเหนียวมะม่วงถึงกลับคิวยาวเลยก็ว่าได้ วันนี้เราจะพาทุกคนมาเข้าครัวไปทำเมนูยอดฮิต ข้าวเหนียวมะม่วง กันค่ะ บอกเลยว่าไม่ต้องไปต่อแถวรอยาวๆให้เสียเวลา ทำกินเองแบบฟินๆ กินได้ไม่อั้นไปเลย พูดแล้วก็อยากกินแล้วใช่ไหมละคะ งั้นเราไปดูวัตถุดิบและขั้นตอนการทำข้าวเหนียวมะม่วงกันเลย ห้ามพลาดนะสำหรับเมนูนี้

วัตถุดิบและขั้นตอนการทำข้าวเหนียวมะม่วง

วัตถุดิบการทำข้าวเหนียวมะม่วง

1.ข้าวเหนียว 300 กรัม

2.กะทิ 1 กล่อง

3.น้ำตาลทราย ¾ ถ้วย

4.เกลือ 1 ¼ ช้อนชา

5.แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา

6.ใบเตย 3-4 ใบ

7.ผ้าขาวบาง

8.หวดนึ่งข้าวเหนียว

ขั้นตอนการทำข้าวเหนียวมะม่วง

1.นำข้าวเหนียวมาล้างน้ำสะอาด ซาวล้างหลายๆรอบ จากนั้นแช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ข้ามคืน

2.เตรียมหม้อนึ่งเติมน้ำลงในซึ้ง ตั้งไฟโดยใช้ไฟค่อนข้างแรง รอจนน้ำเดือด จากนั้นตักข้าวเหนียวขึ้นมาห่อผ้าขาวบาง ใส่ใบเตยลงไป แล้วนำมาใส่หวดนึ่ง โดยจะนึ่งประมาณ 30 นาทีจนข้าวเหนียวสุกดี ระหว่างรอข้าวเหนียวสุกเรามาทำขั้นตอนอื่นต่อกันดีกว่าเลยค่ะ

3.นำกะทิมาแบ่ง ¾ ถ้วย สำหรับส่วนที่เหลือให้นำไปใส่หม้อเพื่อจะใช้มูลข้าวเหนียว จากนั้นเติมน้ำตาลและเกลือลงไป 1 ช้อนชา ตั้งไฟอ่อนๆ

4.เสร็จแล้วใส่ใบเตยลงไปในกะทิคนเรื่อยๆจนน้ำตาลทรายและเกลือละลาย ต้องคนตลอดอย่าปล่อยให้กะทินอนก้น รอจนกะทิเดือดเสร็จแล้วปิดแก๊สยกลงมาพักทิ้งไว้

5.พอข้าวเหนียวสุกแล้วให้ตักใส่ภาชนะที่เตรียมมูลไว้ จากนั้นเทกะทิร้อนๆ ใส่ลงไป คนเร็วๆให้ทั่วแล้วปิดฝาให้ข้าวเหนียวระอุสัก10-15 นาที

6.นำกะทิส่วนที่แบ่งไว้ ¾ มาผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือ นำไปตั้งไฟแล้วคนเรื่อยๆจนกะทิเดือดห้ามหยุดคนเด็ดขาด สำหรับขั้นตอนนี้จะใช้เป็นกะทิราดหน้า

7.ตักข้าวเหนียวใส่จานแล้วราดด้วยน้ำกะทิ ปลอกมะม่วงให้สวยงามจัดจาน โรยถั่วเหลืองเล็กน้อยพร้อมเสิร์ฟความอร่อยแล้วค่ะ

ข้าวเหนียวมะม่วง

วิธีการเลือกมะม่วงสุก

1.สังเกตุผิวสีมะม่วงจะสีเหลืองเข้ม

2.ใช้มือจับถ้านิ่มมือหรือมีรอบยุบแสดงว่าสุกพร้อมทานกับข้าวเหนียวแล้วค่ะ

3.เลือกมะม่วงสุกที่เปลือกมีรอบดำบ้างเล็กน้อยจะหวานพร้อมทาน

บทสรุปสุดท้าย

          เป็นยังไงกันบ้างคะกับสูตรเด็ดข้าวเหนียวมะม่วง เมนูยอดฮิตกำลังมาแรงไม่ต้องไปยืนรอคิวนานๆให้เสียเวลาเลย เข้าครัวทำอยู่บ้านแบบสบายใจ สูตรนี้บอกเลยว่าอร่อย หอม ละมุนสุดๆ

Categories
น้ำปั่น

เครื่องดื่มยอดฮิตสำหรับสาวกผลไม้สดปั่นกับเมนู ส้มปั่น

สาวกน้ำผลไม้สดปั่นมาทางนี้เลยค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำเครื่องดื่มปั่นยอดฮิตไม่ใช่แค่อร่อยอย่างเดียว แต่ประโยชน์เยอะมากๆเลยค่ะ ผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงมากนั่นก็คือ ส้มปั่น นั้นเอง ต้องบอกเลยว่าส้มเป็นผลไม้ที่ดื่มแล้วช่วยให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย เสริมสร้างกระดูก บำรุงผิวพรรณ ต้านอนุมูลอิสระ ให้วิตามินแก่ร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแก่ร่างกาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำสูตรน้ำส้มปั่นแบบง่ายๆกันค่ะ คั้นสดๆกันไปเลย

วัตถุดิบและขั้นตอนการทำน้ำ ส้มปั่น

วัตถุดิบการทำน้ำส้มปั่น

1.ส้ม 3-4 ลูก

2.น้ำเชื่อม

3.มะนาว ครึ่งลูก

4.เกลือป่นหรือเกลือไอโอดี ¼ ช้อนชา

5.น้ำแข็ง 20 ออนซ์

6.ที่คั้นน้ำส้ม

ขั้นตอนการทำน้ำส้มปั่น

1.นำส้มไปล้างน้ำสะอาด จากนั้นหั่นครึ่งลูกใช้3-4ลูกตามความชอบเลยค่ะ จากนั้นหั่นมะนาวครึ่งลูก เสร็จแล้วเตรียมภาชนะเพื่อคั้นน้ำส้ม คั้นเสร็จแล้วตามด้วยคั้นมะนาวใส่ผสมอีกครึ่งลูก คนให้เข้ากันจากนั้นพักทิ้งไว้แล้วทำขั้นตอนอื่นต่อ

2.เตรียมเครื่องปั่น เทน้ำแข็งลงไปตามด้วยน้ำส้มคั้นที่ผสมมะนาวไว้ ใส่น้ำเชื่อมลงไปและเกลือป่นลงไป จากนั้นเปิดเครื่องปั่นให้ละเอียดหรือปั่นจนน้ำแข็งละเอียดหมดไม่เป็นก้อน เสร็จแล้วปิดเครื่องปั่น เทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ใช้ใบสาระแหน่หรือเนื้อส้มที่หั่นเป็นแว่นตกแต่งหน้าแก้วให้สวยงามจากนั้นปิดฝาพร้อมเสิร์ฟ

เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยกับเครื่องดื่มปั่นในเมนูน้ำส้ม ปั่นวัตถุดิบน้อยขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สำหรับใครที่ไม่ชอบเปรี้ยวชอบหวานอย่างเดียวไม่ต้องใส่มะนาวตัดความหวานของส้มนะคะ แต่ใครที่ชอบเปรี้ยวเล็กน้อยให้ใส่มะนาวครึ่งลูกตามสูตรได้เลยค่ะ

คุณประโยชน์ของน้ำส้มปั่น         

เมนูน้ำส้มปั่นเป็นเครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์เยอะเพราะเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณใส ชุ่มชื้น ไม่แห้งแตกลาย สร้างแคลเซียมและวิตามินให้กับร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยต้านโรคได้อีกด้วยนะคะ ช่วยรักษาโรคหัวใจ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และโรคนิ่วจากผลวิจัยทางการแพทย์

บทสรุป

เป็นยังไงกันบ้างคะกับเมนูส้มปั่นที่ไม่ได้แค่อร่อยหรือให้ความสดชื่นอย่างเดียวยังให้ประโยชน์และยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย แต่ต้องบอกเลยนะคะว่าข้อควรระวังในการทานน้ำส้มมากเกินไปอาจจะเกิดกรดของน้ำส้มคั้น ทำให้ฟันสึกหรอลงได้ และที่สำคัญมากไม่ควรดื่มตอนท้องว่างเพราะอาจจะทำให้จุกเสียดแน่นเฟ้อท้องได้ และผู้ที่เป็นเบาหวานควรระวังเพราะส้มมีน้ำตาลและโพแทสเซียมสูง ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมคะว่าน้ำส้ม 1 แก้วกี่แคลจะให้พลังทั้งหมด 90 แคลลอรี่ค่ะ

Categories
น้ำปั่น

ร้อนๆแบบนี้ต้องเมนูน้ำปั่นหวานเย็นสดชื่นกับ เนสวีต้าปั่น

บอกเลยว่าเมนูนี้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ แถมดับคลายความร้อนด้วยความหวาน สดชื่น เนสวีต้า อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ วิตามิน E วิตามิน C ช่วยเรื่องสุขภาพ และยังมีส่วนผสมของ จมูกข้าว ธัญพืช เป็นข้าวบาร์เลย์ สารอาหารครบถ้วนต้องบอกเลยว่าเมนูแก้วนี้มีประโยชน์สุดๆต่อร่างกาย สมองปลอดโปร่ง ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหมองคล้ำ ซ่อมแซมบำรุงร่างกาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำเมนูคลายความร้อนพร้อมคุณประโยชน์กับเมนู เนสวีต้าปั่นโดยสูตรนี้เราจะใช้นมตราหมีมาเป็นส่วนผสม วัตถุดิบและขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากเลย พูดแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

วัตถุดิบและขั้นตอนการทำ เนสวีต้าปั่น

วัตถุดิบการทำเนสวีต้าปั่น (สูตรเพื่อสุขภาพ)

1.เนสวีต้าสูตรดั้งเดิม 1 ซอง

2.นมตราหมี 1 กระป๋อง

3.น้ำแข็ง 1 ½ แก้ว (22 ออนซ์)

4.น้ำร้อน50 ml.

ขั้นตอนการทำเนสวีต้าปั่น (สูตรเพื่อสุขภาพ)

1.นำน้ำร้อนมาผสมกับเนสวีต้า คนให้ละลายเข้ากัน

2.เทน้ำแข็งลงในเครื่องปั่น ตามด้วยเนสวีต้าที่ชงทิ้งไว้

3.เปิดเครื่องปั่น3-5นาที จนน้ำแข็งละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วเทใส่แก้วที่เตรียมไว้พร้อมเสิร์ฟ

เนสวีต้า สูตรเพื่อสุขภาพ เป็นยังไงกันบ้างคะ ทำได้ง่ายๆไม่ยากแถมดีต่อสุขภาพส่วนใครที่ชอบแบบออกหวานหน่อยๆมาดู สูตรเนสวีต้าปั่นสมูท กัน

วัตถุดิบการทำเนสวีต้าปั่น (สูตรสมูท)

1.เนสวีต้าสูตรดั้งเดิม 1 ซอง

2.นมตราหมี 1 กระป๋อง

3.นมข้นหวาน 30 ml.

4.น้ำเชื่อม20 ml.

5.น้ำแข็ง 1 ½ แก้ว (22 ออนซ์)

6.น้ำร้อน50 ml.

ขั้นตอนการทำเนสวีต้าปั่น (สูตรสมูท)

1.นำน้ำร้อนมาผสมกับเนสวีต้า คนให้ละลายเข้ากัน เติมน้ำเชื่อม และนมข้นหวานลงไปจากนั้นคนให้เข้ากัน

2.เทน้ำแข็งลงในเครื่องปั่น ตามด้วยเนสวีต้าที่ชงทิ้งไว้และนมตราหมี

3.เปิดเครื่องปั่น3-5นาที จนน้ำแข็งละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วเทใส่แก้วที่เตรียมไว้พร้อมเสิร์ฟ

         สำหรับเนสวีต้าปั่น สูตรนี้เป็นสูตรที่หวานกำลังดี ส่วนใครที่ชอบหวานมาก ก็เพิ่มนมข้นหวานลงไป ใครชอบหวานน้อยแนะนำให้ใส่แค่น้ำเชื่อมเล็กน้อยค่ะ

เมนูแนะนำ เนสวีต้า ปั่น

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเมนูเนสวีต้าคลายความร้อนกับซัมเมอร์นี้เราพาทุกคนมาทำน้ำปั่น ในเมนูสุขภาพกับเนสวีต้าปั่น สูตรหวานปกติ และสูตรสุขภาพ อร่อยกลมกล่อม แถมยังมีประโยชน์อีกด้วย ใครที่มองหาเมนูคลายร้อนแบบมีคุณประโยชน์แบบนี้ห้ามพลาดนะคะ ลองทำตามสูตรหรือปรับตามที่ชี้แนะบอกเลยว่าคุณจะหลงกับเมนูนี้แน่นอนค่ะ ใครที่ไม่มีเครื่องปั่นสามารถใช้สูตรนี้ชงแบบเย็นใส่น้ำแข็งทานได้นะคะ ลดปริมาณความหวานได้ตามต้องการเลยค่ะ