Categories
ขนมหวาน

เต้าฮวยฟรุตสลัด เมนูของหวานละมุน เนื้อเนียนเด้ง อร่อยมาก

เต้าฮวยฟรุตสลัด เป็นเมนูของหวาน สดชื่นเย็นใจ ที่หาทานได้ง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะถนนคนเดิน หรือตลาดนัด มักจะเจอคนนำมาขายบ่อย ๆ แต่ว่าจะหาร้านที่ถูกใจก็ไม่ค่อยมี อยากจะทานแบบเข้มข้น หวาน ละมุน และกลมกล่อม ดังนั้นวันนี้จะมาสอนทุกคนทำเมนูเต้าฮวยสูตรนี้ บอกเลยว่าเด็ด เนื้อเนียนเด้ง เวลาทานเหมือนละลายอยู่ในปาก ตัดกับรสชาติเปรี้ยวหวานของผลไม้ที่นำมาทำเป็นฟรุตสลัด เข้ากันเป็นอย่างมาก ซึ่งผลไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นฟรุตสลัด ได้แก่ สตรอเบอร์รี่ สับปะรด แก้วมังกร และองุ่น เป็นต้น

เต้าฮวยฟรุตสลัด มีส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำอะไรบ้าง

เต้าฮวยฟรุตสลัดส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำน้อยมาก โดยเต้าฮวยฟรุตสลัด ส่วนผสม จะแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ สำหรับทำเต้าฮวย และสำหรับทำฟรุตสลัดนั่นเอง สูตรเต้าฮวย ฟรุตสลัด ทำขายจะมีต้นทุนไม่สูง แก้วหนึ่งประมาณ 10 บาท แต่ขายได้ถึง 20-25 บาท เลยทีเดียว ดังนั้นมาดูกันเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำเต้าฮวย

1. เจลาตินชนิดแผ่น                           2                   แผ่น

2. น้ำเย็น (สำหรับแช่เจลาติน)             1                   ถ้วยตวง

3. ผงวุ้น                                        2                   ช้อนชา

4. นมสดชนิดจืด                               3                   ถ้วยตวง

5. นมข้นจืดคาร์เนชัน                         100               กรัม

6. คาร์เนชันนมข้นหวาน                     1/2                ถ้วยตวง

ส่วนผสมสำหรับฟรุตสลัด

1. น้ำตาลทราย                                1/4                ถ้วยตวง

2. น้ำเปล่า                                      1/4                ถ้วยตวง

3. ผลไม้ตามชอบ หั่นเต๋าเล็ก อาทิ สับปะรด องุ่น สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น จัดเตรียมให้ครบ แล้วจากนั้นก็เข้าครัวลงมือทำขนมหวานชนิดนี้ได้เลย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้วทุกคน

แจกสูตรทำเมนูขนมหวานเต้าฮวย ใส่ฟรุตสลัด ทานแล้วสดชื่นมาก

เต้าฮวยฟรุตสลัดสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ทำตาม สูตร เต้าฮวยฟรุตสลัด ที่นำมาแบ่งปันทุกคนก็สามารถทำออกมาได้อร่อย น่าทานอีกด้วย ดังนั้นมาดูกันว่าเต้าฮวยฟรุตสลัด วิธีทำ มีกี่ขั้นตอน และทำอย่างไรบ้าง

วิธีทำเต้าฮวยราดหน้าด้วยฟรุตสลัด

1. นำผงเจลาติน ใส่ลงไปในน้ำ แช่ไว้ประมาณ 5 นาที เมื่อเจลาตินอิ่มตัว ก็ใส่นมสดชนิดจืด และนมข้นจืดลงไป นำหม้อตั้งไฟอ่อน ๆ ให้พอร้อน ใส่วุ้นลงไปรอให้ละลาย นำเจลาตินที่อิ่มน้ำลงไปละลายเข้าด้วยกัน ใส่นมข้นหวานลงไป ตีให้เข้ากัน

2. นำไปกรอง การกรองจะช่วยให้เนื้อเต้าฮวยเนียน แล้วตักใส่ถ้วย รอให้อุ่น ๆ นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา ประมาณ 30 นาที

3. นำผลไม้ทีชอบมาหั่นเป็นลูกเต๋า ใส่น้ำตาลลงไป ตามด้วยน้ำนำไปตั้งไฟ เคี่ยวจนน้ำตาลเหนียวหนืด และต้มให้เดือดประมาณ 3 นาที รอให้อุ่น แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็น

4. นำเต้าฮวยที่แช่เย็นออกมา ราดหน้าด้วยฟรุตสลัด พร้อมรับประทานเต้าฮวยฟรุตสลัดมีขั้นตอนการทำเพียงเท่านี้ 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ก็ทำออกมาได้อร่อย ขายดีชัวร์ เป็น เมนูขนมทำง่าย ที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำ รับรองว่าจะกลายเป็นเมนูของหวานเมนูโปรดอย่างแน่นอน

Categories
ขนมหวาน

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ของหวานหอมอร่อย ทำง่าย ขายดี

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว เป็นของหวานยอดนิยม ที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน รสชาติ หวานละมุน นิ่มลื่นคอ ยิ่งแช่เย็นแล้วนำมาทาน สดชื่นมากขอบอก คลายร้อนได้เป็นอย่างดี เมนูนี้สามารถทำเป็นอาชีพได้ เนื่องจากว่าทำง่าย ต้นทุนไม่สูง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และเทคนิคอะไรมากนัก ทำขายสร้างกำไรได้งาม เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้จะมาแจกสูตรสอนทำเมนูเต้าฮวยนมสด ใส่มะพร้าวให้กับทุกคน ได้ลองไปทำทานเองที่บ้าน จะทำทานก็อร่อย หรือจะทำขายก็ได้

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ส่วนผสม และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนลงมือทำ

เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ก่อนที่จะพาทุกคนเข้าครัวลงมือทำของหวาน ทำง่ายขายดี เมนูนี้ ก่อนอื่นเลย จะต้องมาทำความรู้จักกับส่วนผสม เต้าฮวยนมสดมะพร้าว ว่ามีอะไรบ้าง ที่ต้องจัดเตรียมให้พร้อม เพราะถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป รสชาติอาจจะผิดเพี้ยนได้ ดังนั้นมาดูกันเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำเต้าฮวย

1. น้ำมะพร้าว             500           มิลลิลิตร

2. น้ำเปล่า                 450           มิลลิลิตร

3. ผงวุ้น                    2               ช้อนชา

4. น้ำตาลทรายขาว     100            กรัม

5. เนื้อมะพร้าวอ่อน      2                ลูก

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำราดเต้าฮวย

1.นมสด           500              มิลลิลิตร

2. น้ำเปล่า               450              มิลลิลิตร

3. น้ำตาลทรายขาว  100               กรัม

4. เนื้อมะพร้าวอ่อน     2                  ลูก          

ส่วนผสมในการทำเต้าฮวยนมสด ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน ก็มีเพียงเท่านี้ จะแบ่งสำหรับทำตัวเต้าฮวย และทำน้ำราดเต้าฮวย เห็นไหมว่าส่วนผสม วัตถุดิบไม่เยอะ เป็นของหาง่าย และราคาไม่แพงอีกด้วย ห้ามพร้อมแล้วก็หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมใส่ แล้วเข้าครัวกันเลย

สอนทำเต้าฮวย นมสดหวาน ๆ ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนเคี้ยวกรุบ ๆ ใครทำก็อร่อย

เต้าฮวยนมสดมะพร้าวนอกจากวัตถุดิบน้อยแล้ว วิธีทำ เต้าฮวยนมสดมะพร้าวก็ง่ายแสนง่าย ใช้เวลาในการทำไม่นาน มาดูกันเลยว่า สูตรเต้าฮวยนมสดมะพร้าวที่เป็นสูตรอร่อย ขายดี มีวิธีการทำอย่างไร

วิธีการทำตัวเต้าฮวย

1. ตั้งหม้อ เปิดไฟปานกลาง ใส่น้ำเปล่า และนำมะพร้าวลงไปต้ม เติมผงวุ้นลงไป คนให้ละลาย และพักไว้ประมาณ 10 นาที

2. นำมาตั้งไฟต่อ อย่าใช้ไฟแรง คนเรื่อย ๆ จนผงวุ้นละลาย ใส่น้ำตาลทรายลงไปละลาย คนให้เข้ากัน จากนั้นนำเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่ลงไป ต้มให้เดือดแล้วยกลงจากเตา

3. ตักใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ จะใช้เป็นถ้วยเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก เมื่อตั้งเสร็จแล้วก็ปล่อยให้แข็งตัว

วิธีการทำน้ำราดเต้าฮวย

1. ตั้งหม้อ ใช้ไฟปานกลาง เทน้ำเปล่า และนมสดลงไปต้มจนเดือด

2. เติมน้ำตาลทราย และเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ขูดไว้ลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ปิดไฟ ยกหม้อลงจากเตา พักสักครู่พอให้หายร้อน

3. ตักน้ำราดลงไปด้านหน้าของตัวเต้าฮวย และปิดฝา แช่ตู้เย็นเต้าฮวยนมสดมะพร้าวก็มีวิธีการทำเพียงแค่นี้ ง่ายมาก โดยรวมใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็เสร็จพร้อมรับประทาน หรือนำไปขายได้เลย ต้นทุนต่ำ ทำง่าย ประหยัดเวลา แนะนำเลยว่าหากใครที่กำลังหา สูตรทำขนมขาย เต้าฮวยนมสด ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากจะแนะนำ ทานง่าย ขายคล่อง

Categories
ขนมหวาน

เมนู เต้าส่วนข้าวโพด หอมหวานอร่อย ทำง่ายไม่ยุ่งยาก

ในบรรดาขนมหวานที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบต้องบอกเลยว่า เต้าส่วน ต้องเป็นหนึ่งในเมนูสุดโปรดของเด็ก ๆ หลายคนเป็นแน่ เป็นเมนูที่ทำง่าย ทานง่าย ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่เห็นแล้วเป็นต้องอยากจะตักขึ้นมากินเพลิน ๆ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาแชร์วิธีการทำเต้าส่วนที่ทางเรานั้นชอบ นั่นก็คือ เต้าส่วนข้าวโพด ความหวานจากข้าวโพดและน้ำเชื่อมตัดกับความหอมมันเค็มของกะทิที่ราดบนหน้ามันคือฟินมาก มาดูสูตรเต้าส่วน และวิธีทำเต้าส่วนถ้วยนี้กันเลย

ส่วนประกอบเต้าส่วนข้าวโพด

  1. ข้าวโพดหวานต้ม  3 ฝัก
  2. มะพร้าวอ่อน   2 ลูก
  3. แป้งท้าวยายม่อม  4 ช้อนโต๊ะ
  4. แป้งมันสำปะหลัง  4 ช้อนโต๊ะ
  5. กะทิ    250 กรัม
  6. น้ำตาลทราย   80 กรัม
  7. เกลือ    1 ช้อนชา
  8. ใบเตย 6 ใบ
  9. น้ำเปล่า

วิธีทำ เต้าส่วนข้าวโพด

ขั้นตอนที่ 1 นำข้าวโพดหวานที่ต้มสุกแล้ว มาฝาน แล้วจากนั้นพยายามแยกให้แต่ละเม็ดกระจายออกจากกัน และพักไว้

ขั้นตอนที่ 2 นำมะพร้าวอ่อนเฉาะแยกน้ำ และเนื้อขูดออกมา อย่าลืมชิมน้ำดูก่อนว่าเปรี้ยวหรือไม่ ถ้าเปรี้ยวไม่ควรนำมาใช้

ขั้นตอนที่ 3 ผสมแป้งท้าวยายม่อม และแป้งมันสำปะหลัง ละลายลงในน้ำเปล่า จากนั้นนำแป้งที่ละลายไปกรอง กรณีที่การทำเต้าส่วน ไม่มีแป้งท้าว อาจทำให้เต้าส่วนข้นเหนียวกว่าปกติ

ขั้นตอนที่ 4 เตรียมน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำมะพร้าว น้ำเปล่า ลงในหม้อ นำไปตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำตาลทราย และใบเตยลงไป คนจนน้ำตาลละลายจนหมด และตัดใบเตยออกเพื่อไม่ให้กลิ่นใบเตยแรงเกินไป

ขั้นตอนที่ 5 ใส่ข้าวโพดลงไปในหม้อน้ำเชื่อม และเมื่อน้ำร้อนจัดจึงค่อย ๆ ใส่แป้งที่กรองแล้วลงไป พยายามคนให้แป้งกระจายทั่วทั้งหม้อ และคนไปในทิศเดียวกัน แป้งจะได้ไม่จับตัวเป็นกัน และไม่คืนตัวง่าย

ขั้นตอนที่ 6 เมื่อคนจนแป้งสุกมองไปแล้วเห็นว่าใสจึงใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป และพอน้ำในหม้อเริ่มเดือดอีกครั้งให้ปิดไฟยกลงจากเตา

ขั้นตอนที่ 7 เตรียมกะทิราด โดยการใส่กะทิลงในหม้อนำไปตั้งไฟอ่อน ๆ เติมเกลือเล็กน้อยให้กะทิมีรสชาติเค็มเพื่อไปตัดความหวานกับเต้าส่วน และใส่ใบเตยลงไป เคี้ยวไปจนเห็นว่ามีกะทิเดือดข้างหม้อ ปิดไฟยกลงจากเตา และเตรียมตักเต้าส่วนเสิร์ฟราดหน้าด้วยกะทิ พร้อมทาน

หากใครลองไปทำตามแล้วอาจจะลองปรับส่วนของน้ำตาลลงได้ให้ได้ระดับความหวานของเต้าส่วนที่พอดี กับที่คุณชอบ และอาจไปประยุกต์ใส่สาคูเพิ่ม เผือกต้มหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่หลากหลายในขนมหวานถ้วยเดียวก็ย่อมได้

Categories
ขนมหวาน

ดับร้อนด้วย วุ้นกะทิมะพร้าว ทานแล้วสดชื่นไปกับรสชาติหวานมันหอมละมุน

มาดับร้อนแทน แต่ต้องเมนูที่ได้ทั้งความหวานอร่อย และถ้าเย็น ๆ ด้วยจะดีมาก วันนี้จึงขอเสนอ เมนู วุ้นกะทิ มะพร้าวอ่อน เมนูวุ้นกะทิที่เมื่อนำไปแช่เย็น แล้วนำออกมาจากตู้เย็นก็จะพร้อมทาน หวานหอมอร่อยแบบที่ต้องการ กัดไปหนึ่งคำได้สัมผัสชิ้นเนื้อมะพร้าวอ่อนกรุบกรอบอยู่ภายในตัววุ้นที่เนื้อเด้งนุ่ม แต่ก่อนจะทานได้ ก็ต้องรู้วิธีทำวุ้นกะทิกันก่อน ตามมาดูกันเลย

ส่วนประกอบของวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน

  1. มะพร้าวน้ำหอม 1 ลิตร
  2.  กะทิ 600 มิลลิลิตร
  3. เนื้อมะพร้าวน้ำหอมหั่นเป็นเส้น 400 กรัม
  4. น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม
  5. ผงวุ้น ตรานางเงือก 15 กรัม อาจเพิ่มลดได้ตามความชอบเนื้อสัมผัสของวุ้น 
  6. เกลือป่น

วิธีทำของวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน

ขั้นตอนที่ 1 กรองน้ำมะพร้าวด้วยผ้าขาวบางจนได้น้ำมะพร้าวที่ใส จากนั้นเทลงหม้อ และค่อย ๆ โปรย ผงวุ้น ตามที่ต้องการ  รอประมาณ 2 นาที เพื่อให้ผงวุ้นจมลงไปในน้ำ จากนั้นนำไปตั้งไฟปานกลาง ระหว่างต้มให้คนไปด้วยตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ผงวุ้นไหม้ติดก้นหม้อ ต้มต่อไปจนเดือด หลังจากเดือดต้มต่อประมาณ 2-3 นาที

ขั้นตอนที่ 2 เติมน้ำตาลทรายขาวลงไป และเกลืออีกเล็กน้อย คนต่อไปจนน้ำตาลทรายละลายหมด แล้วจึงใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป และต้มต่อจนน้ำเดือดอีกรอบ เพื่อให้เนื้อมะพร้าวนุ่มลงอีก

ขั้นตอนที่ 3 เติมหัวกะทิลงในหม้อเป็นอย่างสุดท้าย และปิดไฟ จากนั้นคนให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 4 ตักใส่พิมพ์ตามที่ต้องการ รอให้วุ้นเซตตัว แล้วจึงแกะออกมาจากพิมพ์ ก่อนรับประทานนำไปแช่เย็นก่อนอีกทีเพื่อเพิ่มความอร่อยในการรับประทานได้  

จบกันไปกับ วุ้นกะทิสูตรง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้านที่นำมาฝากกันวันนี้ หากใครไม่อยากทานแค่ วุ้นกะทิ อาจจะเพิ่มลูกเล่นเป็นวุ้นกะทิชั้นหนึ่ง ส่วนอีกชั้นอาจจะเป็นวุ้นใสรสชาติอื่น เช่น วุ้นกะทิใบเตย วุ้นกะทิน้ำแดง เป็นต้น ก็สามารถทำได้

Categories
ขนมหวาน

ขนมครองแครงกะทิสด ขนมไทยหน้าตาชวนรับทาน รสชาติหวานกำลังพอดี

มาทำความรู้จักขนมไทยโบราณที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเหมือนตัวหนอนปล้อง ๆ สีสันสวยงามที่ลอยอยู่ในน้ำกะทิโรยหน้าด้วยงาขาวสุดหอม อย่างครองแครงกะทิสด เมนูที่ประกอบด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่างตัวครองแครง ที่ทำจากแป้งมันเมื่อต้มแล้วจะให้ความหนึบหนับ มีสีสันออกมาตามสีที่แต่งลงไป อย่างสูตรที่เป็นครองแครงอัญชันน้ำกะทิ เพราะนำอัญชันมาแต่งสีเป็นสีฟ้าเข้มและอ่อน ส่วนต่อไปขึ้นน้ำกะทิที่หวานมันเค็ม และปิดท้ายด้วยงาขาวคั่วเพิ่มความหอมชวนให้น่าทานขึ้นไปอีก

ส่วนประกอบ

  1. ดอกอัญชันสด 50 กรัม
  2. น้ำเปล่า 600 มิลลิลิตร
  3. แป้งมัน 1500 กรัม
  4. หัวกะทิ 1000 กรัม
  5. ใบเตย 20 ใบ
  6. น้ำมะพร้าวน้ำหอมและเนื้อมะพร้าว 1 ผล *น้ำจะต้องหวานพอดีไม่มีเปรี้ยวปน
  7. น้ำตาล 300 กรัม
  8. เกลือ    1 ช้อนชา
  9. งาขาวคั่ว 100 กรัม *ควรคั่วสดใหม่ก่อนนำมาใช้โรยหน้า

วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 1 ต้มน้ำอัญชันเพื่อแต่งสีครองแครง โดยตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นใส่อัญชันที่ล้างสะอาดแล้วลงไป รอจนน้ำเดือดและสีอัญชันออกมา แล้วจึงปิดไฟนำลงมาจากเตา แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่สีเข้มเป็นน้ำอัญชันทั้งหมด และสีอ่อน เป็นน้ำอัญชันผสมน้ำเพิ่มเพื่อเจือให้สีจางลง

ขั้นตอนที่ 2 ร่อนแป้งมันลงในกะละมังผสมอย่าลืมแบ่งเป็นสามส่วนสำหรับสามสี ส่วนแรกก็ใส่น้ำอัญชันสีเข้มลงไปนวดกับแป้งให้เนื้อเนียนเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน และหาอะไรปิดไว้ไม่ให้แป้งเจอกับอากาศโดยตรงเพราะจะทำให้แป้งแข็งได้ สำหรับส่วนที่สองและสาม ให้ใส่น้ำอัญชันที่เจือกับน้ำเพื่อทำสีฟ้าอ่อน และน้ำต้มสุกอย่างเดียวเพื่อทำสีขาวใส ตามลำดับ

ขั้นตอนที่ 3 นำพิมพ์ครองแครงมาจากนั้นโรยแป้งบาง ๆ ลงบนพิมพ์แล้วจึงวางแป้งที่นวดไว้แต่ละสีปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ รี ๆ มากดลงบนพิมพ์ ระหว่างที่ทำตัวครองแครงให้ตั้งน้ำ เพื่อต้มรอไว้

ขั้นตอนที่ 4 เมื่อน้ำเดือด จึงใส่ตัวครองแครงที่ร่อนแป้งที่เกาะอยู่ออกแล้ว ลงไปต้ม รอให้ลอยขึ้นมา และตักลงในน้ำเย็นทันที แป้งจะคงความนุ่มหนึบสีสวย

ขั้นตอนที่ 5 เตรียมหัวกะทิจะมะพร้าวขูดคั้นสด ระหว่างอย่าให้มีเศษกะลามาปน สีของน้ำกะทิจะดูไม่ขาวสวย และนำหัวกะทินั้นไปตั้งไฟอ่อน และเด็ดใบเตยใส่ลงไป จากนั้นตามด้วยน้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าว ปิดจบด้วยการเติมน้ำตาลและเกลืออีกเล็กน้อย พอให้มีรสชาติความเค็ม เคี้ยวต่อไป โดยระวังไม่ให้กะทิแตกมัน

ขั้นตอนที่ 6 ช้อนใบเตยขึ้นมา และใส่ตัวครองแครงลงไปคนในกะทิ คนต่ออีก 2-3 นาที แล้วจึงนำมาตักใส่ถ้วย ก่อนเสิร์ฟโรยงาขาวที่คั่วสดใหม่ เพื่อความหอมมันให้กับเมนูนี้

หากใครอยากลองนำเมนูครองแครงกะทิสดไปทำตามและอยากเปลี่ยนแปลงสีสันไม่ชอบสีน้ำเงินก็อาจหาสีธรรมชาติอย่างใบเตยที่ให้สีเขียว หรือแครอทม่วงที่ให้สีม่วง มาแต่งสีแทนอัญชันได้ และหากสูตรนี้หวานเกินไปก็ปรับสูตรตามที่คุณต้องการได้เช่นเดียวกัน

Categories
ขนมหวาน

ทับทิมกรอบ ขนมหวานที่อร่อย จนต้องบอกต่อ

ทับทิมกรอบ ขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศไทยที่มีสูตรการทำตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่เด็กสมัยนี้กลับไม่รู้จัก! เพราะในปัจจุบันมีความจากต่างประเทศที่เข้ามาดัดแปลงขายอยู่ในไทยมากมาย ทำให้ขนมไทยที่เคยเป็นที่นิยมนั้นเริ่มหายไปตามกาลเวลา แต่ในเมื่อเราเป็นคนไทยเราก็ควรที่จะรักษามันเอาไว้ เพราะฉะนั้นเรามาเรียนรู้การทำทับทิมกรอบกันดีกว่าค่ะ

 ซึ่งวิธีการทำ ทับทิมกรอบ นั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตรหลายวิธิ เช่น ทับทิมกรอบสูตรโบราณ ทับทิมกรอบสูตรชาววัง ทับทิมกรอบอัญชัน และที่พวกเราน่าจะรู้จักกันดีที่สุดคือทับทิมกรอบมะพร้าวกะทิ ซึ่งถ้าจะพูดถึงเรื่องรสชาติของทับทิมกรอบนั้นเราก็คงรู้อยู่แล้วว่ามันทั้งหวานหอมแถมยังหนึบนอกกรอบในอีกต่างหาก  ว่าแต่ว่าทับทิมกรอบที่เราชื่นชอบกันอร่อยขนาดนี้แล้ววิธีการทำเป็นยังไง เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ทับทิมกรอบที่เราจะมาทำกันในวันนี้นั่นก็คือ “ทับทิมกรอบสูตรโบราณ” นั่นเองค่ะ โดยมีวิธีการทำดังนี้

วัตถุดิบ

ทำแป้งทับทิมกรอบ

  1. แป้งมัน 2 ถ้วยตวง
  2. แป้งท้าว ½ ถ้วยตวง
  3. น้ำเปล่า 1 ½ ถ้วยตวง
  4. สารส้ม

น้ำเชื่อม

  1. น้ำลอยดอกมะลิ (ถ้าไม่มีสามารถใช้น้ำเปล่าได้) 2 ถ้วยตวง
  2. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  3. ใบเตยมัดปม 3 ใบ
  4. เกลือ ประมาณ 1 หยิบ (ไม่ควรใส่มากเกินไป)
  5. ขนุนสุก

กะทิอบควันเทียน (ในวิธีนี้หากมีกะทิอบควันเทียนอยู่แล้วก็สามารถใช้ได้เลย)

  1. กะทิ (ใส่ตามใจชอบ)
  2. ใบเตยมัดปม
  3. เกลือเล็กน้อย
  4. เทียนสำหรับอบขนม

วิธีทำ

วิธีทำแป้งทับทิมกรอบสูตรโบราณ

  1. เริ่มด้วยการนำแป้งมันและแป้งท้าวผสมกันแล้วค่อย ๆ เทน้ำเปล่าใส่จนหมด ค่อย ๆ เทนะคะอย่าเททีเดียวหมดเพราะระหว่างที่เทเนี่ยมือเราก็ควรที่จะนวดแป้งไปด้วย
  2. เมื่อเทน้ำเปล่าจนหมดแล้วคราวนี้เราก็จะมาใช้เจ้าสารส้มที่เราได้เตรียมไว้นั้นแกว่งลงไปเพื่อที่จะให้แป้งนั้นนอนก้น แกว่งสารส้มลงไปประมาณ 1 นาที และพักแป้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็จะสังเกตได้ว่าจะมีน้ำใส ๆ ลอยอยู่บนผิวแป้ง ให้เราทำการรินน้ำใส ๆ นั้นทิ้งค่ะ
  3. หลังจากนั้นนำแป้งที่ได้เทใส่กล่อง ซึ่งวิธีการเทนั้นก็ต้องนำกระดาษทิชชู่หนา ๆ แล้วผ้าขาวบางมาวางไว้ที่กล่องแล้วจึงเทแป้งที่ได้แล้วลงไปที่ผ้าวขาวบางที่เราได้เตรียมไว้ในกล่องแล้วเพื่อที่เวลาเรานำแป้งออกจะได้ง่ายนั่นเอง
  4. เมื่อเราเทแป้งทับทิมกรอบลงในกล่องเรียบร้อยแล้วเราก็นำสีแดงที่ใช้สำหรับผสมอาหารเจือจางกับน้ำเล็กน้อย หลังจากนั้นนำสีทาลงไปในตอนที่แป้งเปียกได้เลยค่ะ และที่สำคัญคือเราต้องคอยสังเกตหน้าแป้งด้วย ถ้าหน้าแป้งแห้งไม่มากให้โรยแป้งนวลหนา ๆ ไปที่ผิวหน้าแป้งได้เลยค่ะแล้วพักทิ้งไว้ 20 นาที เพื่อที่แป้งนวลจะได้ดูดซับความชื้นออกจากตัวแป้ง
  5.  เมื่อแป้งเซตตัวได้ที่แล้วนำแป้งมาตัด ตัวยาวจะตัดเป็นเส้นเล็ก ๆ ขนาดเท่าไม้ขีดไฟ ตัวสั้นจะตัดเล็ก ๆ เหมือนเม็ดทับทิม โรยแป้งนวลบาง ๆ กันตัวแป้งติดกัน ซึ่งเคล็ดลับ เวลาตัดแป้งก็ควรที่จะทำเบาๆ เพราะแป้งแตกหักง่ายมากโดยเฉพาะตัวยาว ต้องทะนุถนอมให้มาก ๆ และปัญหาที่พบบ่อย ๆ ก็คือแป้งแห้งเกินไปจะตัดตัวยาวไม่ได้เลยเพราะแตกหักหมด

วิธีทำน้ำเชื่อม

วิธีทำน้ำเชื่อมสำหรับทับทิมกรอบสูตรโบราณที่ก็ง่ายมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เพียงแค่เติมน้ำลอยดอกมะลิ น้ำตาลทราย ตั้งไฟอ่อนไม่ต้องคนนะคะ พอร้อนก็ใส่ใบเตย เกลือ พอน้ำตาลละลายหมดให้ต้มต่ออีกประมาณ 10 นาที จากนั้นแบ่งน้ำเชื่อมบางส่วนที่ยังร้อนตักแช่กับขนุนพักไว้ เพียงเท่านี้เราก็จะได้น้ำเชื่อมที่ไว้ทานกับทับทิมกรอบกันแล้วค่ะ

วิธีทำกะทิอบควันเทียน

วิธีนี้ในปัจจุบันเราก็จะเห็นบริษัทน้ำกะทิหลายบริษัทผลิตออกมาเป็นน้ำกะทิอบควันเทียนกันใช่ไหมคะ แต่วันนี้เราจะพาทกคนมารู้ว่ากะทิอบควันเทียนแบบโบราณเนี่ยเขาทำกันยังไง โดยเราจะนำกะทิตั้งไฟอ่อน พอร้อนก็ใส่ใบเตยลงไป ใส่เกลือลงไปให้ออกเค็มนิดหน่อยพอร้อนห้ามเดือดจะได้ไม่แตกมันนำอบควันเทียนอีก 1ชม. ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะคะ

เมื่อทำครบเสร็จตามนี้แล้วเราก็จะได้ทับทิมกรอบสูตรโบราณมาทานกันแล้ว ทั้งหนึบ กรอบ แถมยังหวานหอมขนาดนี้ ถ้าไม่ทำทานตอนนี้แล้วจะไปทำทานตอนไหนกันล่ะคะ แถมวิธีทำก็ไม่ได้ยากเลย ยิ่งถ้าได้ทำร่วมกันกับคนในครอบครัวในวันว่าง ๆ แล้ล่ะก็จากทับทิมกรอบที่หวานธรรมดา ๆ จะต้องกลายเป็นทับทิมกรอบที่หวานมาก ๆ เลยล่ะค่ะ แต่ก็อย่าทานเยอะเกินไปนะคะเป็นห่วงกลัวว่าน้องเบาหวานจะถามหากันซะก่อน

Categories
ขนมหวาน

กล้วยบวชชี ขนมหวานสูตรทำง่าย

กล้วยบวชชี เป็นขนมหวานโบราณพื้นบ้านคู่กับคนไทยมานาน อีกทั้งกล้วยก็เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย หรือเรียกว่ามีให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี อยู่ที่ว่าต้องการจะใช้กล้วยชนิดไหนมาทำ เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่  ในส่วนวิธีการทำก็มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก บวกกับเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้ขนมหวานนั้นมีรสชาติดั้งเดิมและยังเป็นขนมที่ได้ประโยชน์สารอาหารจากกล้วยอีกด้วย

วัตถุดิบในการทำกล้วยบวชชี

  1. กล้วยน้ำว้าห่าม 1 หวี
  2. หัวกะทิ  2 ถ้วยตวง ( สามารถใช้กะทิกล่องได้ )
  3. เกลือป่น  1 ช้อนชา
  4. น้ำตาล  200 กรัม
  5. น้ำเปล่า  1 ถ้วย
  6. ใบเตยมัดปม

วิธีทำกล้วยบวชชี

  1. วิธีทำกล้วยบวชชีไม่ให้ฝาด และไม่เละ คือการเลือกกล้วยควรจะเลือก กล้วยน้ำว้าที่หวีห่าม ๆ ที่มีสีเหลืองเจือเขียวเล็กน้อย ให้ทำการปอกเปลือก ผ่าเป็น 4 ชิ้น นำไปต้มในน้ำเดือด ใส่เกลือเล็กน้อย ประมาณ 7 นาที เพื่อให้ยางกล้วยออกก็จะทำให้กล้วยไม่ฝาดได้อีกด้วย
  2. สำหรับหลายคนที่อาจจะกลัวว่ากล้วยจะมีรสเปรี้ยว ก็มีวิธีทำกล้วยบวชชีไม่ให้เปรี้ยวได้โดยการนำกล้วยทั้งเปลือกมาต้มกับน้ำเดือด ใส่เกลือเล็กน้อยใช้เวลาประมาณ 7 นาที จากนั้นนำมาพักไว้ให้เย็น ก่อนปอกเปลือกแล้วผ่าเป็น 4 ชิ้น เท่านี้กล้วยบวชีก็จะไม่มีรสเปรี้ยวแล้ว
  3. นำกะทิใส่หม้อ ใส่น้ำตาล เกลือป่น คนให้น้ำตาลละลายโดยที่ยังไม่ตั้งไฟเพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน หากไม่สามารถซื้อกะทิสดได้ ก็ปรับเปลี่ยนเป็นวิธีทำกล้วยบวชชี กะทิกล่อง ได้เช่นกันรสชาติก็จะมียังคงหอมมันไม่แพ้กัน
  4. เมื่อกะทิน้ำตาลละลายดีแล้ว ให้นำขึ้นตั้งไฟ ใส่กล้วยต้มลงไป ต้มต่อประมาณ 10 นาที เพื่อให้กะทิซึมเข้าในเนื้อกล้วย จากนั้นตักเสิร์ฟ

วิธีทำกล้วยบวชชีแบบง่าย ๆ กล้วยสุกกำลังพอดี แต่สำหรับคนที่ชอบกินขนมหวานกล้วยบวชชีนิ่ม ๆ ก็สามารถที่จะต้มต่อได้อีกประมาณ 5-10 นาทีเพื่อให้กล้วยนิ่มขึ้น และยิ่งให้กะทิซึมเข้าเนื้อมากขึ้น ก็จะหวานมันทั้งกะทิและเนื้อกล้วยพร้อมตักเสิร์ฟได้เลย

Categories
ขนมหวาน

ปลากริมไข่เต่า ขนมแชงมาขนมหวานโบราณ

ปลากริมไข่เต่า ที่มา แต่เดิมเป็นขนมหวานเรียกว่าขนมแชงมา เป็นขนมโบราณมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นการกินผสมกัน 2 ชนิดคือ ขนมปลากริม และขนมไข่เต่า ภายในถ้วยเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้จะหาปลากริมไข่เต่า ที่ไหนอร่อย ๆ แบบโบราณดั้งเดิมก็คงจะหายากมาก ๆ แต่ก็ยังมีปลากริมไข่เต่า 7-11 หรือปลากริมไข่เต่าเยาวราชสำหรับคนกำลังหาซื้อ แต่ถ้ามีเวลาทำก็ลองสูตรนี้ได้เลย รสชาติหวานมันเค็มกำลังพอดี วิธีทำละเอียดและทำง่ายมาก ๆ

วัตถุดิบในการทำ ปลากริมไข่เต่า

ตัวแป้งปลากริมไข่เตา ตัวขาวและตัวแดง

  1. แป้งข้าวเจ้า  250 กรัม
  2. แป้งมัน   250 กรัม
  3. น้ำ  1 ถ้วย
  4. หัวกะทิ 2   1/2 ถ้วย
  5. เกลือ   1/4 ช้อนชา

น้ำลอยปลากริม (สีน้ำตาลแดง)

  1. น้ำตาลทรายขาว   250 กรัม
  2. น้ำตาลมะพร้าว   1 กิโลกรัม
  3. น้ำ   2 ถ้วย
  4. ใบเตย (มัดไว้ลอยแต่งกลิ่น)   1-2 มัด

น้ำลอยไข่เต่า (สีขาว)

  1. หางกะทิ 2   1/2 ถ้วย
  2. เกลือ   1/4 ช้อนชา

วิธีทำปลากริมไข่เต่า

  1. น้ำลอยปลากริม (รสหวาน)  กระทะทองใส่น้ำตาลทราย ตั้งไฟอ่อนผัดให้เป็นสีเหลืองเข้ม (คาราเมล) ค่อย ๆ เติมน้ำ 2  ถ้วย เพื่อคลายน้ำตาลที่ร้อน จากนั้นน้ำตาลปีบ/มะพร้าว ใช้ไฟกลาง คนให้ละลายเข้ากันใส่ใบเตยมัดไว้ รอให้เดือดแล้วปิดไฟ
  2.  น้ำลอยไข่เต่า (รสเค็ม) หางกะทิใส่หม้อตั้งไฟแรง ใส่เกลือ คนให้ละลายเข้ากันจนเดือด ปิดไฟพักไว้
  3. ตัวแป้งปลากริมไข่เตา แป้งข้าวเจ้า (ตักแบ่งออกไว้ทำแป้งนวล 3/4 ถ้วย) ใส่น้ำ 1 ถ้วย ผสมกันในหม้อละลายให้แป้งข้น ตักแป้งแล้วเทดูให้หนืด ๆ ตั้งไฟให้ร้อนประมาณ 1 นาที คนตลอดเวลากันแป้งติดก้นหม้อ พอสุก ๆ ดิบ ๆ ยกลงพักไว้ให้พออุ่น
  4. แป้งมัน (ตักแบ่งออกไว้ทำแป้งนวล 3/4 ถ้วย) ไปผสมกับแป้งข้าวเจ้าในข้อ 3 ใส่หัวกะทิ 1/2 ถ้วยนวดจนนุ่มมือ นวดประมาณ 30 นาที ใส่หัวกะทิ 1 ถ้วย เพื่อให้แป้งนุ่มและหอม ใส่เกลือ คนให้ละลาย ตั้งไฟให้พอเดือดแล้วยกลง กวนพอสุก ๆ  ดิบ ๆ แบ่งเป็น 2 ส่วนสำหรับทำตัวแดงและตัวขาว
  5. ตัวแดงหรือปลากริม (รสหวาน) นวดแป้งมันในข้อ 4 กับน้ำเปล่า 1/2 ถ้วย ให้เข้ากันประมาณ 30 นาที เพื่อทำให้แป้งนิ่มและมีความเหนียว แต่ไม่เหลวหรือแข็งจนเกินไป นำไปต้มโดยกดผ่านพิมพ์ เมื่อสุก ใช้กระชอนตักสะเด็ดน้ำไปลอยในน้ำตาลในข้อ 1 รอให้ตัวแป้งดูดน้ำจนอิ่มตัว จะเป็นตัวชูให้ขนมหวาน
  6. ตัวขาวหรือไข่เต่า (รสเค็ม) นำแป้งในข้อ 4 นวดกับหัวกะทิ 1/2 ถ้วย ให้เข้ากันประมาณ 30 นาที เพื่อทำให้แป้งนิ่มและมีความเหนียว นำไปต้มโดยกดผ่านพิมพ์ เมื่อสุก ใช้กระชอนตักสะเด็ดน้ำ ใส่ลงไปลอยในน้ำกะทิในข้อ 2 รอให้ตัวแป้งดูดน้ำกะทิจนอิ่มตัว แป้งจะมีรสเค็มสีขาว
  7. วิธีตักขนมหวานปลากริมไข่เต่า ตักตัวแดงก่อน 1/2 ทัพพี ตัวขาว 1 1/2 ทัพพี ตักตัวขาวมากกว่าเพราะตัวแดงมีรสหวานจัด ตัวขาวมีรสเค็มและมัน เวลารับประทานต้องผสมกันจึงจะหวานมันเค็มพอดี

สำหรับการต้มแป้งปลากริมไข่เต่า ควรจะใช้น้ำเดือดแล้วหรี่ไฟอ่อนถึงกลาง แล้วใช้แป้นพิมพ์วางบนปาก นำแป้งไปกดบนพิมพ์ ให้ออกเป็นเส้นไหลลงหม้อน้ำร้อน เมื่อแป้งสุดจะลอยขึ้นมา ก็จะได้ส่วนผสมของขนมหวานง่าย ๆ จะทำกินเอง หรือจะทำขายก็ได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

Categories
ขนมหวาน

บัวลอย ไข่หวานเจ้าเพื่อนยาก ที่วิธีทำไม่ได้ยากอย่างที่คิด

บัวลอยไข่หวานไม่ว่าคนรุ่นไหนก็ต้องรู้จักกันนั้น เพราะ บัวลอย คือขนมหวานขึ้นชื่อที่ไม่ว่า ใครมาเมืองไทยแล้วเป็นต้องลองลิ้มและลิ้มลองกันเป็นแน่นอน ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสไปเดินย่านเยาวราชจะสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าย่านนั้นมีร้านบัวลอยไข่หวานร้านดังหลายร้านกันเลยทีเดียว แถมรสชาติก็ถูกปากทั้งหวานทั้งมัน เรียกได้ว่าเป็นขนมหวานที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่างก็ชื่นชอบกันมากทีเดียวเลยล่ะค่ะ

แต่ถ้าเกิดใครนึกสนุกอยากจะลองทำบัวลอยไข่หวานขึ้นมา เราก็จัดให้ค่ะ เพราะวิธีการทำนั้นง่ายมาก ๆ ใช้มีวัตถุดิบแค่ไม่กี่อย่างแถมระยะเวลาก็ไม่นานมากด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะมาสอนเพื่อน ๆ ทำ บัวลอย ไข่หวานด้วยกะทิกล่องกันค่ะ เพราะสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

  1. แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
  2. แป้งข้าวเจ้า 15 กรัม
  3. ฟักทอง แครอทแลละดอกอัญชัน สำหรับทำสีแป้งบัวลอยไข่หวาน (เลือกเองได้ตามใจชอบนะคะ)
  4. กะทิกล่องขนาด 250 กรัม
  5. น้ำตาลมะพร้าว ½ ทัพพี
  6. น้ำตาลทราย 1 ทัพพี (สามารถประมาณได้ตามใจชอบ)
  7. ใบเตยมัดปม 1 มัด
  8. เนื้อมะพร้าว (ตามใจชอบ)
  9. เกลือ ประมาณ 1 หยิบ (ไม่ควรเยอะเกินไป)
  10. ไข่ไก่ หรือ ไข่เป็ด

วิธีทำบัวลอยไข่หวานกะทิกล่อง

  1. นำแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าผสมกัน ทำเป็นสัดส่วนไว้สำหรับทำสีแป้ง โดยครั้งนี้เราจะทำด้วยกัน 3 สีค่ะ ซึ่งก็ต้องเตรียมผัก 3 อย่าง นั่นก็คือ ฟักทองสำหรับทำแป้งบัวลอยไข่หวานสีเหลือง แครอทสำหรับทำแป้งบัวลอยไข่หวานสีส้ม และดอกอัญชันสำหรับทำบัวลอยไข่หวานสีฟ้าอมม่วงค่ะ ซึ่งเราก็ต้องนำผักทั้ง 3 อย่างนี้ไปทำให้สุกก่อนจากนั้นจึงนำมานวดกับแป้งที่เราได้แบ่งสัดส่วนสำหรับทำสีไว้
  2. นวดจนสีสม่ำเสมอกันนะคะสามารถเติมน้ำอุ่นได้เพื่อให้การปั้นนั้นง่ายขึ้นค่ะ นวดจนกว่าแป้งจะไม่ติดมือ ถ้ารู้สึกว่าแป้งแห้งไปก็สามารถเติมน้ำได้ค่ะ เมื่อเรานวดแป้งทั้ง 3 สีเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็มาลงมือปั้นแป้งบัวลอยไข่หวานกันเลยค่ะ
  3. ขั้นตอนการปั้นแป้งบัวลอยไข่หวานนี้ง่าย ๆ มากเลยค่ะ เพียงแค่ปั้แป้งนลูกบัวลอยเป็นรูปวงกลมขนาดพอดีคำ หรือใครที่อยากปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ก็สามารถทำได้เลยนะคะ  เมื่อปั้นเสร็จแล้วให้นำแป้งข้าวเหนียวคลุกเล็กน้อยเพื่อเวลาที่ต้ม ตัวแป้งบัวลอยไข่หวานที่เราปั้นไว้จะได้ไม่ติดกันนั่นเองค่ะ
  4. เมื่อเราปั้นแป้งบัวลอยไข่หวานเสร็จแล้วเราก็นำมาต้ม โดยเราจะต้องต้มน้ำตั้งไฟให้เดือดแล้วจากนั้นนำแป้งบัวลอยที่ปั้นไว้ลงทีละสี รอจนกว่าบัวลอยจะลอยขึ้นมาถ้าลอยขึ้นมาแล้วก็หมายความว่าสุกแล้วค่ะ
  5. เมื่อบัวลอยสุกเราเราก็จะมานำบัวลอยไปน็อกกับน้ำเย็น อีกอึดใจเดียวเราก็จะได้ทานบัวลอยไข่หวานกันแล้ว
  6. เมื่อเราเตรียมแป้งเสร็จเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปเราก็จะมาทำน้ำกะทิสำหรับทำบัวลอยไข่หวานกันเลยค่ะ โดยเราจะนำกะทิกล่องมาต้มในระหว่างที่ต้มนั้นให้เราใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย เกลือ ใบเตยมัดปมและเนื้อมะพร้าวลงไป
  7.  เมื่อน้ำเริ่มเดือดได้ที่ให้ตอกไข่ลงไป ซึ่งปกติแล้วเราจะเห็นตามร้าน 1 ถ้วยก็จะมีไข่ให้ 1 ใบใช่ไหมคะ แต่ถ้าเราทำกินเองก็ตามใจชอบเลยค่ะ ต้มไว้ประมาณ 4-5 นาที แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

เห็นไหมล่ะคะว่าการทำบัวลอยไข่หวานที่ทั้งหอม หวาน มัน เนี่ยไม่ได้ยากเลย ยิ่งถ้าเป็นบัวลอยไข่หวานกะทิกล่องแล้วก็ยิ่งทำง่ายค่ะ เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปคั้นน้ำมะพร้าวแบบบัวลอยไข่หวานกะทิสด ซึ่งก็ทำให้เราได้ทานบัวลอยไข่หวานในระยะเวลาที่เร็วยิ่งขึ้น แถมยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกต่างหาก ถ้าหากว่าคุณนึกอยากทำขนมหวานแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดี ก็สามารถทำบัวลอยไข่หวานทานกันได้นะคะ