Categories
ขนมเจ

ข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนมไทย สำหรับคนทานเจ

วันนี้จึงอยากพาทุกคนมองลองทำขนมไทย ที่เจทานได้แน่นอน รสชาติละมุนหอมหวานมันจากกะทิตัดกับเนื้อหนึบจากความเหนียวของข้าวเหนียว และเนื้อกรอบ ๆ ของลำไยสด เมนูนั้นก็คือ ข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนมไทยที่อาจจะใช้เวลาในการทำซักนิดแต่ก็คุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ไป มาลองดูสูตรและวิธีทำกัน

ส่วนประกอบของข้าวเหนียวเปียกลำไย

  1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู   1 ถ้วยตวง
  2. น้ำลำไย   6 ถ้วยตวง
  3. ลำไยสดคว้านเม็ด   300 กรัม
  4. กะทิกล่อง   180 มิลลิลิตร
  5. มะพร้าวอ่อน    2 ผล
  6. น้ำตาลทราย    3/4 ถ้วยตวง
  7. เกลือเล็กน้อย

วิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย

ขั้นตอนที่ 1 ซาวข้าวเหนียวด้วยน้ำสะอาด จากนั้นใส่ตะแกรงรอให้สะเด็ดน้ำ

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเนื้อลำไยคว้านเมล็ด และขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนรอไว้ และแยกน้ำมะพร้าวลงใส่หม้อต้มไปกับน้ำลำไย ที่ได้จากการต้มลำไยแห้ง

ขั้นตอนที่ 3 ใส่ข้าวเหนียวลงไปในหม้อน้ำลำไยผสมน้ำมะพร้าวที่อยู่บนเตาเปิดไฟกลาง ๆ และใส่เนื้อลำไยลงไป คนเบา ๆ ระวังไหม้ติดหม้อ เมื่อรู้สึกว่าข้าวเหนียวเริ่มหนืดให้รี่ไฟลง ต้มไปเรื่อย ๆ จนข้าวเหนียวสุก บานออก เริ่มใส่น้ำตาลทรายลงไปต่อ พยายามใส่ทีละส่วน แล้วลองชิมระดับความหวานที่ต้องการสามารถปรับตรงนี้ได้

ขั้นตอนที่ 4 ใส่เนื้อลำไยและมะพร้าวอ่อนลงไปในหม้อ และเติมเกลือลงไปเล็กน้อย ปิดไฟยกลงจากเตา

ขั้นตอนที่ 5 ทำกะทิราด โดยนำกะทิมาตั้งไฟอ่อน ๆ ค่อย ๆ คนจนเริ่มเดือดใส่เกลือเล็กน้อย พอให้มีความเค็มนิด ๆ ไว้สำหรับราดไปบนข้าวเหนียวช่วยตัดเลี่ยนจากความหวานได้ ปิดไฟยกลงเตา

ขั้นตอนที่ 6 ตักข้าวเหนียวลำไยใส่ถ้วยราดด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

จบกันไปแล้วกับการแนะนำสูตรของหวานเจ  อย่างข้าวเหนียวเปียกลำไย ที่เอาไว้ไปลองทำตามกันได้ที่บ้าน ทำไปฝากเพื่อน ๆ หรือญาติผู้ใหญ่ที่จะทานเจหรือไม่เจก็ฝากได้เช่นกัน

Categories
ขนมเจ

วุ้นลูกแก้วผลไม้ สไตล์ญี่ปุ่น ที่หากคุณทานเจอยู่ก็สามารถทานได้

วันนี้เราจะขอมาพูดถึงหนึ่งในขนมเจที่หากใครอยากจะลองเริ่มทำขนมซักอย่าง ขนมชนิดนี้ทำง่ายมาก นั่นก็ คือ วุ้นลูกแก้วผลไม้ นั่นเอง สงสัยกันแล้วแน่เลย ว่าวุ้น เจไหม? คำตอบคือ เจ แน่นอน เพราะผงวุ้นทำมาจากสาหร่ายทะเล แต่ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหรือสูตรด้วย หากใส่นมสดจากวัวด้วยก็จะไม่เจแล้ว ในเมื่อวันนี้เรามาแนะนำเมนูขนมเจ เราจึงขอเสนอ วุ้นลูกแก้วผลไม้ซึ่งเป็นวุ้นลูกแก้วผลไม้สไตล์ญี่ปุ่น น่ารัก ๆ ดูทานง่าย แถมหน้าตาดีอีกด้วย ส่วนผสมในวุ้นลูกแก้วผลไม้นี้ก็ล้วนเป็นของเจทั้งสิ้น

ส่วนประกอบของวุ้นลูกแก้วผลไม้

  1. ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำเปล่า 2  3/4 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
  4. ผลไม้สดหั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 ถ้วยตวง

กลิ่นผลไม้ ตามที่ต้องการ    2 – 3 หยด

วิธีทำ วุ้นลูกแก้วผลไม้

ขั้นตอนที่ 1 เติมน้ำเปล่าลงในหม้อ และเติมผงวุ้นลงไป จากนั้นคนให้ผงวุ้นกระจายทั่ว ๆ และพักไว้ประมาณ 10 นาที

ขั้นตอนที่ 2 นำหม้อวุ้นไปตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อย ๆ จนเดือด เติมน้ำตาลทรายลงไป ลงไปเรื่อย ๆ จนเดือด

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อวุ้นเดือดแล้ว ให้ลดไฟลงมาเป็นไฟอ่อน ต้มต่ออีกประมาณ 10 นาที เมื่อน้ำวุ้นเริ่มใส ให้ทำการปิดไฟ และนำไปกรอง กรองเสร็จพักไว้รอเย็นอีกประมาณ 5- 7 นาที แต่งกลิ่นด้วยกลิ่นผลไม้ที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 4 เทลงพิมพ์ทรงกลมเพื่อให้ได้รูปทรงเป็นลูกแก้ว และเมื่อวุ้นเริ่มเซตตัวเล็กน้อย ให้ใส่ชิ้นผลไม้ลงไป และนำวุ้นที่เหลือเทลงในพิมพ์ ปิดพิมพ์และนำไปแช่เย็น เป็นเวลา 20-30 นาที ก็จะได้วุ้นลูกแก้วผลไม้ออกมาแล้ว

เมนูนี้ดูทำง่ายใช่ไหมเอ่ย วิธีทำที่เราคัดมาให้เป็นวิธีทำวุ้นผลไม้แบบง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถนำไปทำตามได้นะ แล้วก็หากใครอยากเพิ่มระดับความยากให้กับวุ้นลูกแก้วผลไม้ขึ้นไปอีกอาจจะทำเป็นแบบสองชั้น ชั้นหนึ่งเป็นวุ้นเต้าหู้นมถั่วเหลือง อีกชั้นเป็นวุ้นใส ก็ทำได้เช่นเดียวกัน อร่อยไปอีกแบบด้วย

Categories
ขนมเจ

เบื่อแล้วขนมปังเจสำเร็จรูป มาลองอบ ขนมปังโฮลวีตมันม่วง สูตรเจไว้ทานเองกันดีกว่า

ช่วงทานเจ หลายคนก็จะซื้อเมนูจากในร้านสะดวกซื้อ ใส่ไมโครเวฟ พร้อมทานใช้เวลาไม่นานได้ทานทันที หรือบางคนก็อาจจะเดินไปที่ชวนขนมปังที่เดี๋ยวนี้มีขนมปังสูตรเจออกมาวางขายมากขึ้น ส่วนผสมที่สำคัญของการทำขนมปังที่แบ่งระหว่างขนมปังเจกับขนมปังธรรมดา คือ ไข่ไก่ หรือเนยที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์

ดังนั้นหากคุณอยากจะลองเปลี่ยนจากซื้อทานแบบสำเร็จรูปมาลองทำเองจะต้องหาสูตรขนมปังที่ไม่มีส่วนผสมที่กล่าวมา วันนี้เราจึงขอนำเสนอเมนู ขนมปังโฮลวีตมันม่วง เบเกอรี่เจ เนื้อฟูนุ่มหนึบสีม่วงสวยงาม น่าทาน ที่ต้องใช้สกิลและความพยายามในการทำซักนิด ไว้ทานแก้เบื่อกับขนมปังที่ซื้อทานเอง มาลองดูสูตรขนมปังเจสูตรนี้กันเลย

ส่วนประกอบของ ขนมปังเจ

  1. แป้งโฮลวีทแบบละเอียด 350 กรัม
  2. มันม่วงนึ่งบด 150 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำเต้าหู้ 220 กรัม
  5. ยีสต์ 1 + 1/4 ช้อนชา
  6. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  7. น้ำมันพืช 50 กรัม
  8. น้ำเต้าหู้  สำหรับทาลงบนแป้งก่อนอบ
  9. มาการีน  สำหรับทาบนขนมปังหลังอบ

วิธีทำขนมปังเจ

ขั้นตอนที่ 1 นำมันม่วงที่นึ่งสุกแล้วมาปั่นกับน้ำเต้าหู้ให้เหมือนได้มันบดแล้วใส่ลงในชามผสม

ขั้นตอนที่ 2 ใส่น้ำมันพืช (เสมือนแทนเนยละลายในสูตรขนมปังปกติ) ตามด้วยเกลือ น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน แล้วจึงใส่ยีสต์ และแป้งโฮลวีตตามลงไป ค่อยๆ นวดผสมด้วยมือไปประมาณ 10-15 นาทีจนได้แป้งโดที่เนียนและไม่ติดมือ เมื่อเสร็จแล้วทาน้ำมันที่ขามผสมและพักแป้งไว้ให้แป้งฟูขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว

ขั้นตอนที่ 3 เริ่มเปิดเตาอบไว้ที่ 170 องศาเซลเซียส และนำแป้งมานวดต่อเพื่อไล่ลมในแป้งให้หมด รีดเป็นแผ่นและม้วนเป็นก้อน และนำไปใส่ในพิมพ์ พักแป้งไว้ รอให้ฟูขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัวเหมือนกันจากนั้น ทาน้ำเต้าหู้ลงบนแป้งก่อนนำไปอบ

ขั้นตอนที่ 4 นำไปอบในเตาอบที่ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นทาด้วยมาการีน รอจนขนมปังเย็นลง จึงรับประทานได้

หลังจากที่ทุกคนอ่านสูตรที่เรานำมาฝากกันแล้ว อย่าเพิ่งตกใจกับคำว่ามาการีนในสูตรนะ เพราะมาการีนนั้นทำมาจากน้ำมันพืช อาจเรียกเนยเทียม หรือเนยสูตรเจก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอ่านส่วนผสมในมาการีนให้ดีก่อนซื้อด้วย หวังว่าเมนูขนมปังเจสูตรนี้จะพาให้ทุกคนฟินไปทานอาหารเจ และมีเมนูอาหารว่างเจไว้ทานแก้หิวนะ

Categories
ขนมเจ

ขนมเจ สไตล์อินเตอร์กับ วาราบิโมจิ

https://shopee.co.th/ขนมญี่ปุ่น

ขนมหยดน้ำหรือ วาราบิโมจิ นั้นถือเป็นหนึ่งในขนมเจที่คุณไม่ควรพลาด แถมยังเป็นขนมที่ทำได้ง่ายสุด ๆ อีกด้วย วันนี้ถ้าใครเกิดอยากจะลองเข้าครัวเป็นเชฟขนมเอเชียกันบ้างเราได้เตรียมสูตรของขนมชนิดนี้มาไว้ให้คุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมแล้วมาเริ่ม โกอินเตอร์ไปกับวาราบิโมจิ กันเลย

. https://pantip.com/topic/30846402

วัตถุดิบในการทำเมนู วาราบิโมจิ

-ส่วนของวาราบิโมจิ

แป้งมัน                          100      กรัม

ผงวุ้น                            ¼         ช้อนชา

น้ำตาลทราย                  50        กรัม

น้ำเปล่า                         400      กรัม

ถั่วคินาโกะป่น                80        กรัม

– ส่วนของคุโรมิสึ

น้ำตาลทรายแดง 160      กรัม

น้ำเปล่า                         200      กรัม

https://supersaleth.com/product/

วิธีทำวาราบิโมจิ

1. นำแป้งมัน น้ำตาลทราย ผงวุ้น และน้ำเปล่า ใส่รวมกันลงไปในกระทะ

2. คนทุกส่วนผสมให้เข้ากันสังเกตจนแป้งไม่เกาะกันเป็นเม็ด

3. จากนั้นนำขึ้นเตาเปิดไฟอ่อนกวนไปเรื่อย ๆ จนแป้งกลายเป็นเนื้อใส

4. นำไปใส่ในกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้าและนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้โมจิเซตตัว

5. ระหว่างที่รอให้แป้งเซทตัวนั้น ให้คุณหันมาทำซอสราดอย่างซอสคุโรมิสึแทน เริ่มจากการนำน้ำตาลทรายแดง ตามด้วยน้ำเปล่ามาตั้งไฟอ่อน และเคี่ยวไปประมาณ 10 นาที เมื่อซอสเริ่มหนืดให้นำไปพักให้เย็นลง

6. นำแป้งที่แช่ไว้ในตู้เย็นออกมาแช่ด้วยน้ำเย็นอีกต่อหนึ่งเพื่อให้หลุดจากพิมได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม และนำไปแช่ในน้ำเย็นจัดเพื่อให้เซทตัวสมบูรณ์

7. นำวาราบิที่ตัดไว้ไปคลุกผงถั่วคินาโกะป่นให้ทั่วทั้งก้อนแล้วเสิร์ฟพร้อมซอสคุโรมิสึ

วิธีทำไม่ยากแต่อาจต้องใช้เวลารอเพื่อให้วาราบิโมจิเซทตัวกันอยู่บ้าง นี่ถือเป็นเมนูของว่างเจง่าย ๆ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ ถือว่าเป็นขนมที่จะพาคุณโกอินเตอร์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่เริ่มทำและทานก็เหมือนลัดฟ้าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัยกันแล้ว

Categories
ขนมเจ

มันฝรั่งทอด ขนมเจที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

https://cookpad.com/th/recipes/528976-มันฝรั่งทอดกรอบ-ไม่ต้องง้อเลย์แล้ว

สำหรับเมนู มันฝรั่งทอด น่าจะเป็นของว่างเจที่ใครหลาย ๆ คนชอบกันอยู่แล้ว แต่ถ้าได้ลองทำขนมเจชนิดนี้เองน่าจะประหยัดงบแล้วก็ทานกันได้ไม่อั้นมากกว่าเดิม เราเลยเตรียมวัตถุดิบของมันฝรั่งทอดโฮมเมดมาฝากคุณกันบอกเลยว่าทำงาน มีประโยชน์ และยังเหมาะกับคนที่ต้องการเลี่ยงเนื้อสัตว์อีกด้วย

https://twitter.com/gingun7/status/1261825966197751813

วัตถุดิบในการทำมันฝรั่งทอดแบบแผ่น

            บอกเลยว่าวัตถุดิบของขนมเจอย่างมันฝรั่งทอดโฮมเมดนั้นแสนจะน้อยและไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพียงแต่อาจทำให้คุณต้องใช้เวลามากกว่าการไปซื้อมาทานเท่านั้นเอง โดยวัตถุดิบหลัก ๆ มีดังนี้

มันฝรั่ง              2-3                   ลูก

แป้งทอดกรอบ    3                      ช้อนโต๊ะ

น้ำมันสำหรับทอด

https://twitter.com/gingun7/status/1261825966197751813

วิธีทำมันฝรั่งทอดแผ่นบาง

1. เริ่มจากการสไลด์มันฝรั่งให้ออกมาเป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นนำกระดาษชิชู่มาซับแผ่นมันฝรั่งให้แห้งสนิท

2. จากนั้นนำแป้งทอดกรอบมาโรยพร้อมกับการคลุกเคล้าแผ่นมันฝรั่ง โดยคลุกเพียงบาง ๆ เมื่อเรียบร้อยแล้วเริ่มนำไปทอดกันได้เลย

3. การทอดมันฝรั่งทอดแบบแผ่นนั้นให้ค่อย ๆ หยิบทีละแผ่นลงในน้ำมันที่เดือดจัด เพื่อไม่ให้แผ่นมันฝรั่งติดกัน แล้วอย่าลืมคนให้ทั่วจนแผ่นมันฝรั่งเริ่มเหลืองจึงสามารถตักขึ้นมาพักไว้ได้

คุณสามารถเพิ่มเติมลูกเล่นให้กับเมนูขนมเจอย่างมันฝรั่งทอดได้ด้วยการโรยเกลือหรือผงปรุงรสในสไตล์ที่คุณชอบไม่ว่าจะเป็นปาปิก้า ชีส หรือสไปซี่ บอกเลยว่านี่จะเป็นเมนูของกินเล่นเจที่อยู่กับคุณได้ในหลากหลายโอกาสกันอย่างแน่นอน

Categories
ขนมเจ

ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมไทยที่เป็นขนมเจ

. https://www.matichon.co.th/prachachuen/daily-column/news_2135670

สำหรับเมนูอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง นั้นถือว่าเป็นเมนูยอดนิยมในช่วงหน้าร้อนของไทยที่หลายคนไม่รู้ว่าการทำเมนูนี้เองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก และยังสามารถที่จะผันตัวเป็นขนมเจในช่วงปลายปีที่บ้านเรามีเทศกาลถือศีลกินเจกันได้อีกด้วย สำหรับใครที่สนใจอยากลองทำเมนูนี้ด้วยตัวเองเรามีสูตรมาฝากกัน

ข้าวเหนียวมะม่วง
. https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/review/1910779

วัตถุดิบการทำข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียว                     350      กรัม

กะทิ                              1          กระป๋อง

น้ำตาลทราย                  ¾         ถ้วย

เกลือ                             1+ ¼    ช้อนชา

แป้งข้าวเจ้า                    1          ช้อนชา

ใบเตย                           4-5       ใบ

ข้าวเหนียวมะม่วง
https://www.thaistreetfood.net/food/ข้าวเหนียวมะม่วง/

วิธีทำข้าวเหนียวมะม่วง

1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาดแล้วทำการแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน

2. เติมน้ำลงในหม้อนึ่งแล้วนำขึ้นตั้งไฟเปิดในระดับไฟแรง รอจนน้ำเดือด แล้วสะเด็ดน้ำออกจากข้าวเหนียวนำขึ้นมาห่อด้วยผ้าขาวบาง พร้อมกับวางใบเตยลงไปประมาณ 2 ใบ เรียบร้อยแล้วเริ่มนึ่งได้

3. นึ่งประมาณ 30 นาทีหรือจนกว่าข้าวเหนียวจะสุก

4. นำกะทิมาแบ่งไว้ประมาณ ¾ ถ้วยตวง ส่วนกะทิที่เหลือนำไปใส่หม้อเล็กพร้อมทั้งเติมน้ำตาล และเกลือ 1 ช้อนชาลงไปเรียบร้อนแล้วให้นำไปตั้งไฟอ่อน

5. ใส่ใบเตยที่เหลือลงในหม้อกะทิ แล้วใช้ทัพพีคนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลนั้นละลายหมด โดยระวังอย่าให้กะทิจับเป็นก้อน เมื่อกะทิเดือดให้ปิดเตาแล้วยกลงพักเอาไว้

6. ตักข้าวเหนียวที่สุกเรียบร้อยแล้วลงในอ่างผสมและเทกะทิที่ร้อนอยู่ลงไป ขั้นตอนนี้ให้คุณคนด้วยความรวดเร็วเพื่อให้กะทิทั่วข่าวเหนียว จากนั้นปิดฝาให้ข้าวเหนียวเกิดความระอุประมาณ 15 นาที

7. นำกะทิ 3/4 ถ้วยที่แบ่งไว้มาผสมกับแป้งข้าวเจ้าพร้อมทั้งใส่เกลือลงไป จากนั้นนำไปตั้งไฟแล้วคนเรื่อย ๆ จนกะทิมีความข้นขึ้นและเดือด ส่วนนี้จะนำมาใช้เพื่อเป็นกะทิสำหรับราดหน้านั่นเอง

8. ตักข้าวเหนียวใส่จาน ราดด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ อาจโรยถั่วเหลืองเพิ่ม แล้วทำการเสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุก

มักจะมีคำถามตามมาเสมอว่า ข้าวเหนียวมะม่วง กี่แคล คำตอบก็คือประมาณ 350 กิโลแคลอรี่ ซึ่งถือว่ายังพอจะออกกำลังกายเพื่อเผาพลาญได้ เพราะเมนูข้าวเหนียวมะม่วงถ้าจะงดทานเลยก็คงจะทำให้ช่วงหน้าร้อนหรือเทศกาลกินเจกร่อยไปไม่น้อย

Categories
ขนมเจ

ใครกำลังมองหา ขนมเจ ห้ามพลาดเปียกปูนกะทิสด

https://www.wongnai.com/recipes/butterfly-pea-milk-pudding-with-young-coconut-meat

เมนูที่มีส่วนผสมของกะทินั้นต้องยกให้เป็นยอดของความอร่อย และจะดีแค่ไหนถ้าเมนูที่แสนอร่อยเหล่านั้นเป็นขนมเจให้คุณได้อิ่มบุญไปพร้อมกับอิ่มท้อง เราขอมาแนะนำสูตรของขนมอย่าง เปียกปูนกะทิสด ให้คุณได้ลองเอาไปทำตามกัน บอกเลยว่าทำง่ายกว่าที่คิด แล้วก็อร่อยแบบที่เคยทานกันมาอย่างแน่นอน

เปียกปูนเจ
https://scitech.kpru.ac.th/portal/hashtag?tags=ปูน

วัตถุดิบน้ำกะทิของเปียกปูนกะทิสด

เกลือ 1 ช้อนชา กะทิ 1 ถ้วยตวง แป้งสาลีเอนกประสงค์     1          ช้อนชา งาขาวคั่ว                 สำหรับโรยหน้า

วัตถุดิบเปียกปูนกะทิสด

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง แป้งมัน ¼ ถ้วยตวง น้ำอัญชัน 2 ถ้วยตวง น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม น้ำตาลทราย ¼ ถ้วยตวง

เปียนปูนเจ
. https://food.mthai.com/dessert/129473.html

วิธีทำเปียกปูนกะทิสด

1. เริ่มด้วยการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำอัญชัน น้ำปูนใส น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย พร้อมคนให้เข้ากัน สังเกตว่าเมื่อแป้งและน้ำตาลละลายเข้ากันถือว่าได้ที่แล้ว

2. นำส่วนผสมทั้งหมดขึ้นมาตั้งไฟโดยควรใช้ไฟกลางพร้อมทั้งคนไปเรื่อย ๆ จนแป้งมีความข้นหนืดขึ้น

3. เมื่อตัวตัวแป้งได้ที่แล้ว ให้คุณนั้นคนต่ออีกเล็กน้อยแล้วปิดไฟ พร้อมพักไว้ให้เย็น

4. มาเริ่มหน้ากะทิโดยผสมกะทิ แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือ ให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดีแล้วให้นำมาตั้งไฟและทำการคนไปเรื่อย ๆ จนเกลือละลาย และส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีจึงสามารถปิดไฟได้

5. วิธีการเสิร์ฟนั้นให้คุณราดกะทิลงบนตัวเปียกปูน ตามด้วยการโรยงาขาวคั่ว

มีบางคนถามเข้ามาว่าสามารถที่จะทำเปียกปูนกะทิสด ไม่มีน้ำปูนใสได้หรือไม่ คำตอบคือสามารถทำได้แต่น้ำปูนใสนั้นจะมีส่วนช่วยในการเซทตัวของเปียกปูนกระทิสด โดยถ้าไม่ใช้วัตถุดิบนี้ก็อาจเปลี่ยนเป็นโซดาแทนได้เช่นกัน แต่ถ้าอยากได้เปียกปูนกะทิสด แบบดั้งเดิมแนะนำว่าใส่น้ำปูนใสจะดีที่สุด