Categories
หน้าแรก

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล ไส้ไข่เค็มทะลัก อัดแน่นอร่อยเต็มคำ

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล เป็นขนมเบเกอรี่ที่โด่งดังมากในประเทศไทย รสชาติหวานอร่อย ซึ่งมีหลายไส้มาก สามารถเลือกไส้ที่ชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นไส้เผือก ไส้ถั่ว ไส้ฟัก ไส้งาดำ แต่เห็นที่นิยมกันมากที่สุด คือ ไส้ไข่เค็ม ขนมชนิดนี้ แต่เดิมไม่ได้เป็นของไทย ต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน มักจะใช้ถวาย บูชาในวันมงคล ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลเช็งเม้ง สารทจีน ไหว้พระจันทร์ และตรุษจีน เป็นต้น มีความเชื่อว่าหากใครได้รับประทานขนมเปี๊ยะในวันมงคลจะเสริมโชค เสริมดวง สร้างความสิริมงคลให้กับตัวเอง ในปัจจุบันเป็นขนมเบเกอรี่ที่ทำขายดีมาก เป็นที่ต้องการของตลาด แนะนำเลยว่าหากใครที่อยากหาอาชีพเสริม ทำขนมเปี๊ยะขายรับรองว่าขายดีเทน้ำเทท่า กำไรเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล วัตถุดิบ ส่วนผสมในการทำ ที่ต้องเตรียมให้พร้อม

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล มีวิธีการทำที่ไม่ได้ยุ่งยาก โดยวันนี้จะมาแบ่งปัน สูตรทำขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล ให้กับทุกคน ซึ่งเป็นสูตรที่สามารถนำไปทำขายได้เลย ดังนั้นมาดูกันเลยว่า ขนมเปี๊ยะลาวาชาโคล ส่วนผสม วัตถุดิบมีอะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำไส้

1. ไข่แดงเค็ม               8                  ลูก

2. ถั่วเขียวลอกเปลือก     1                  ถ้วยครึ่ง

3. กะทิ                     200               มิลลิลิตร

4. เกลือ                     1/2                ช้อนชา

5. น้ำตาลทราย            2                  ช้อนโต๊ะ

6. น้ำตาลมะพร้าว         1                  ก้อน

7. น้ำมันมะพร้าว          2                  ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมสำหรับทำแป้งชั้นนอก

1. แป้งชาโคล              100               กรัม

2. น้ำอุ่น                    45                 มิลลิลิตร

3. น้ำตาลทราย            1/2                ช้อนโต๊ะ

4. เกลือ                     1/2                ช้อนชา

5. น้ำมันมะพร้าว          2                  ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมสำหรับทำแป้งชั้นใน

1. แป้งชาโคล                        70       กรัม

2. ไข่ไก่ ใช้เพียงแค่ไข่แดง          1        ฟอง

3. น้ำมันมะพร้าว                    2        ช้อนโต๊ะ

ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม แป้งชาโคล จะแบ่งส่วนผสมสำหรับทำเป็นไส้ แป้งชั้นใน และแป้งชั้นนอก หากเตรียมเสร็จกันแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำ ปั้นขนมกันเลย

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล

สอนทำขนมเปี๊ยะ ไข่เค็มลาวา แป้งชาโคลหอม ๆ อร่อยทุกคำ

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคล เป็นอีกหนึ่ง เมนูเบเกอรี่ง่าย ๆ ที่สามารถทำทานเองได้ที่บ้านเลย ดังนั้นอย่าได้รอช้ามาดูกันว่า ขนมเปี๊ยะลาวาชาโคล วิธีทำ มีกี่ขั้นตอน และต้องทำอย่างไรบ้าง

วิธีทำ

1. นำถั่วเขียวมาแช่น้ำข้ามคืน ให้อ่อนตัวลง จากนั้นก็นึ่งให้สุก ปั่นให้ละเอียด และเทน้ำกะทิลงไปผสม นำลงไปผัดในกระทะ อย่าใช้ไฟแรง เติมเกลือลงไปเล็กน้อย ตามด้วยน้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว กวนเรื่อย ๆ ค่อย ๆ เติมน้ำมันมะพร้าวลงไป กวนต่อจนแห้งไม่ติดกระทะ

2. นำไข่แดงเค็มอบที่ความร้อน 150 องศาเซลเซียส 10 นาที จากนั้นก็นำออกมาผ่าเป็นสี่ส่วน นำไส้ถั่วที่กวนไว้สักครู่ปั้นเป็นลูกกลม ๆ แล้วกดให้เป็นแผ่นแบน ใส่ไข่เค็มแดงที่ผ่าแล้วลงไปตรงกลาง ห่อปั้นเป็นก้อนกลม

3. ผสมแป้งชาโคล น้ำตาล เกลือ น้ำอุ่น น้ำมัน ผสมกันนวดจนเป็นเนื้อเดียว พักไว้ 20 นาที นวดต่อพักไว้ เตรียมทำเป็นแป้งชั้นนอก

4. ผสมแป้งชาโคลกับน้ำมัน นวดให้เข้ากัน พักไว้ 20 นาที ปิดด้วยผ้าคลุมไม่ให้ลมเข้า เตรียมทำเป็นแป้งชั้นนอก

5. ค่อย ๆ ห่อแป้งที่ละชั้น เอาไส้ใส่วางบนแป้งชั้นในห่อให้สวยงาม จากนั้นก็ห่อแป้งชั้นนอกต่อ แล้วนำไข่แดงตีให้ละเอียด มาทาด้านบนขนมเปี๊ยะ อบที่ 200 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที

ขนมเปี๊ยะ ลาวาชาโคลทำได้ไม่ยาก แต่ว่าขั้นตอนค่อนข้างจะเยอะ ใช้เวลาทำนาน แต่อย่างไรก็ตามความอร่อยของขนมที่ได้ จะใช้เวลานานแค่ไหนก็คุ้ม เพราะอร่อยมาก ทุกคนสามารถนำ สูตรขนมสร้างอาชีพ นี้ไปทดลองทำได้เลยนะ ถ้าทำจนคล่องแคล่ว รสชาตินิ่งแล้ว นำไปขายได้กำไรดีแน่นอน ถ้าไม่เชื่อต้องลองทำเลย รับรองว่าอร่อยหวาน เค็ม กลมกล่อมกำลังดี

Categories
หน้าแรก

นามะช็อกโกแลตชาเขียว อร่อยนุ่มหวานละมุน หอมชาเขียวเต็มคำ

นามะช็อกโกแลตชาเขียว

นามะช็อกโกแลตชาเขียว ขนมหวานญี่ปุ่น ที่มีดีมากกว่าความอร่อย ส่วนผสมหลักของเมนูของหวานนี้จะมีชาเขียวมัทฉะ โดยชาเขียวมัทฉะนั้น เป็นที่นิยมอย่างมากในแดนปลาดิบ ตั้งแต่โบราณมากกว่า 900 ปี จนถึงยุคปัจจุบัน ผงชาเขียวมัทฉะเป็นส่วนของยอดใบชาเขียวอ่อน ที่นำมาบดเป็นผง รสชาติฝาด เข้มข้น ดังนั้นเมื่อนำมาทำเป็นขนมแล้ว ตัดกับหวานได้เป็นอย่างดี ทำให้ขนมไม่เลี่ยนมากเกินไป ทั้งยังดีต่อสุขภาพ ดีท็อกซ์ร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดน้ำหนัก และทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงชอบบริโภคชาเขียวมัทฉะเป็นอย่างมาก นำมาทำอาหาร และขนมมากมายหลายเมนู

นามะช็อกโกแลตชาเขียว

นามะช็อกโกแลตชาเขียว ส่วนผสม และวัตถุดิบในการทำที่ต้องเตรียมให้พร้อม

นามะช็อกโกแลตชาเขียว เป็นอีกหนึ่งเมนูของหวานญี่ปุ่น ที่ชอบทานมาก ซึ่งหาทานได้ค่อนข้างยาก ถึงแม้จะเป็นขนมที่เป็นกระแสแต่ยังไม่ค่อยมีใครทำขายมากนัก ดังนั้นก็เลยคิดว่าทำเองจะดีกว่า พัฒนามาเรื่อย ๆ จนได้สูตรที่อร่อยถูกปากเลยคิดว่าอยากจะแบ่งปันนามะช็อกโกแลตชาเขียวสูตร เด็ดนี้ให้กับทุกคน หวานอร่อยกลมกล่อมอย่างลงตัว ดังนั้นก่อนที่จะมาดูว่าทำอย่างไร ให้เตรียมวัตถุดิบ ส่วนผสมนามะช็อกโกแลตชาเขียว ให้พร้อมก่อนลงมือทำ

ส่วนผสม วัตถุดิบ

1. ผงชาเขียวมัทฉะ                  20                 กรัม

2. ไวต์ช็อกโกแลต                   400               กรัม

3. วิปปิ้งครีม                         200               มิลลิลิตร

4. ผงชาเขียวมัทฉะไว้ใช้สำหรับโรยหน้าขนม

นามะช็อกโกแลตชาเขียว

นามะมัทฉะช็อกโกแลต สอนทำบอกละเอียดทุกขั้นตอนทำตามได้สบาย ๆ ง่ายมาก

นามะช็อกโกแลตชาเขียวหลังจากที่ทราบส่วนผสม วัตถุดิบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็จะเข้าสู่ชั่วโมงของการเรียนรู้นามะช็อกโกแลตชาเขียว วิธีทำ มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้ได้ขนมหวานเนื้อนุ่มละมุนปากแบบนี้มารับประทาน อย่าได้รอช้าลงมือทำของหวานญี่ปุ่นง่าย ๆ ที่ทำมาจากชาเขียวมัทฉะนี้กันเลย

วิธีการทำ

1. เตรียมหม้อสแตนเลส ร่อนผงชาเขียวมัทฉะลงไป ให้เนื้อเนียนละเอียด ตามด้วยวิปปิ้งครีม คนให้เข้ากัน

2. ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยประมาณ 1 ใน 4 ส่วนของหม้อ แล้วตั้งไฟให้เดือด จากนั้นก็ปรับระดับไฟอ่อน ๆ ใส่ไวท์ช็อกโกแลตลงไปคนให้ละลาย

3. เทใส่ลงในพิมพ์ ซึ่งก่อนจะเทต้องปูกระดาษไขบนพิมพ์ก่อน เมื่อเทเสร็จแล้วนำไปเข้าแช่ในตู้เย็นประมาณ 4 ชั่วโมงขึ้นไป

4. เมื่อครบเวลาแล้วนำเอาออกมา ใช้มีดจุ่มน้ำอุ่นตัดให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ โรยหน้าด้วยผงชาเขียว พร้อมรับประทานนามะช็อกโกแลตชาเขียว รสชาติจะหวานนำ และมีความขมปลายลิ้นหน่อย ๆ จากชาเขียวมัทฉะ ซึ่งบอกเลยว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมาก อร่อย ไม่หวานและขมจนเกินไป กัดคำแรกเหมือนละลายในปาก นุ่มละมุนมาก มาพร้อมกับส่วนผสม วัตถุดิบน้อย วิธีทำไม่ยุ่งยาก เป็นสูตรขนมง่าย ที่ อยากให้ทุกคนได้ลองทำตามดู รับรองว่าอร่อยจนนึกอยากเปิดร้านขายเลยก็ว่าได้

Categories
หน้าแรก

ชวนมาทำ คอนเฟลกช็อกโกแลต ทำง่าย ของทานเล่นที่ควรทำไว้ติดบ้าน

คอนเฟลกช็อกโกแลต เป็นขนมที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญอย่าแท้จริง ย้อนกลับไปในปี 1894 สมาคมแอดแวนทิสต์ ต้องการสร้างอาหารมังสวิรัติแบบใหม่บ้างจึงพยายามคิดค้นสูตรต่าง ๆ จนกระทั่ง ดร.จอห์น เคลล็อกก์ แพทย์ในเมืองมิชิแกนและวิล เคลล็อกก์ น้องชาย ลืมเมล็ดข้าวสาลีไว้บนเตา และมันกลายเป็นเกร็ดแบบที่เราเห็นคอนเฟลกดังปัจจุบัน เมื่อนำไปให้ผู้ป่วยลองรับประทานปรากฏว่ารสชาติถูกปาก ต่อมามีการเพิ่มรสชาติต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลต กล้วย และสตรอวเบอร์รี

เผยเคล็ด (ไม่) ลับทำ คอนเฟลกช็อกโกแลต ยังไงให้อร่อย เก็บรักษาได้นาน

คอนเฟลกช็อกโกแลตยังคงเป็นอาหารที่ป็อปปูลาร์มาก ทานเป็นมื้อเช้าหรือของว่างก็ได้ เราจะได้เห็น คอนเฟลก รสชาติต่าง ๆ แต่ในวันนี้เราจะมาบอก สูตร คอนเฟลกเคลือบช็อกโกแลต ตามร้าน เบเกอรี่ ดังๆ ให้ทุกคนได้ทำตามกัน รับรองว่าอร่อย และกรอบนานแน่นอน

ส่วนผสม

1. คอนเฟลก 150 กรัม

2. น้ำตาลทรายขาว 25 กรัม

3. นมข้นจืด 30 กรัม

4. เนยเค็ม 40 กรัม

5. น้ำตาลทรายแดง 25 กรัม  

6. เม็ดมะม่วง 50 กรัม

7. ลูกเกด 30 กรัม

8. งาขาว งาดำ 1 ชช.  

9. ผงโกโก้ 20 กรัม

10. เม็ดฟักทอง 30 กรัม

ขั้นตอนการทำ

1. ตั้งหม้อให้อุ่น จากนั้นใส่นมข้นจืด น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว คนให้ละลาย

2. ใส่ผงโกโก้ (แบ่งใส่สองครั้ง)

3. ดับไฟ ใส่เนย คนให้ละลาย

4. เตรียมชามผสม ใส่คอนเฟลก งาขาว งาดำ

5. ราดซอสคาราเมลโกโก้ที่ทำไว้ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน

6. เกลี่ยคอนเฟลกลงในถาด กระจายให้ทั่ว ๆ

7. เข้าอบไฟ 150 องศาเซลเซียส 10 นาที

8. ครบ 10 นาทีเอามาเคล้า แล้วเข้าอบอีกรอบ

9. นำออกจากเตาอบ คลุกเคล้าไม่ให้ติดกัน

10. เติมเม็ดมะม่วง เม็ดฟักทอง ลูกเกด แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน

คุณประโยชน์สารพัดของธัญพืช และสรรพคุณดีต่อร่างกาย

คอนเฟลกช็อกโกแลต เป็นขนมที่สามารถทานเพลิน ๆ ระหว่างทำงานหรือเรียนออนไลน์ได้อย่างเอร็ดอร่อย เป็นเมนูที่ช่วยลดน้ำหนักได้ คอนเฟลกช็อกโกแลต กี่แคล 150 แคลอรีเท่านั้น เป็นของหวานที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับแม่ค้าพ่อค้าที่สนใจนำสูตรนี้ไปทำขายก็สามารถทำได้ หรือใครจะประยุกต์เป็น คอนเฟลกชาไทย ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน คุณประโยชน์ใน เบเกอรี่ ชนิดนี้ เป็นอาหารที่ไขมันต่ำ ช่วยเรื่องการขับถ่ายอุดมไปด้วยไฟเบอร์จากธัญพืชหลากหลายชนิด นอกจากนั้นเม็ดมะม่วงยังช่วยลดการดูดซึมไขมัน ช่วยทำให้อิ่มนานขึ้นอีกด้วย ส่วนลูกเกดมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยบำรุงเลือด บำรุงร่างกาย

Categories
หน้าแรก

ขนมโตเกียว ขนมที่ทุกคนรักสุดหัวใจ

หลาย ๆ คนคงนึกถึงของกินหน้าโรงเรียนตอนประถมและมัธยม เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตอนนั้นอะไร ๆ ก็อร่อย และของกินทุกร้านหน้าโรงเรียนนั้นอร่อยไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะอะไรที่เป็นขนม วันนี้เลยจะพาทุกคนไปหวนลำลึกถึง ขนมโตเกียว ที่ไม่ได้มาจากญี่ปุ่น แต่อร่อยถูกปากคนไทยจนเหลือเชื่อ และขอบอกเลยว่าวิธีการทำนั้นก็แสนจะง่าย ไม่มีอะไรยากซับซ้อน เหมาะสำหรับมือใหม่ที่กำลังหัดทำขนมมาก ๆ เลยด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาเลย

ขนมโตเกียว ทำง่ายแต่อร่อยมาก

ในวันนี้เราก็จะมาแจกสูตรแป้งโตเกียว เป็นสูตรแป้งโตเกียวไม่ใส่ผงฟูแต่ยังได้เป็นโตเกียวแป้งทอดกรอบอยู่เช่นเคย โดยวัตถุดิบหลักจะมี

1.แป้งอเนกประสงค์

2.แป้งข้าวเจ้า หรือ แป้งมันสำปะหลัง (เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง)

3.ไข่ไก่

4.น้ำตาล

5.เกลือ

6.นมสด

7.น้ำปูนใส

9.กลิ่นวานิลลา (ใช้เพื่อเพิ่มกลิ่น หากไม่มีสามารถข้ามไปได้)

10.ผงฟู

(แต่หากใครที่ไม่เก่งในการทำอาหารเลยจริง ๆ ก็สามารถหาซื้อแป้งโตเกียวสำเร็จรูป แม็คโครมาทำได้เช่นกัน)

ต่อไปจะเป็นสูตรแป้งโตเกียวกรอบนอกนุ่มใน วิธีทำให้แป้งขนมโตเกียวอร่อยยิ่งขึ้น (หรือจะปรับเปลี่ยนเป็นแบบวิธีทำโตเกียว แป้งเค้กก็ได้ด้วยนะ)

1.นำไข่ไปตีกับน้ำตาลให้ละลาย จากนั้นนำแป้งที่ร่อนแล้ว ผงฟู และเกลือลงไปคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

2.ใส่น้ำปูนใสลงไปผสมแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง

3.จากนั้นให้ใส่นมและตีแป้งอีกครั้ง (ขั้นตอนนี้สำหรับใครที่มีวานิลลาให้ใส่ได้เลย)

4.ตั้งไฟกระทะที่ปานกลาง จากนั้นทาเนยบาง ๆ จนทั่วกระทะ

5.เมื่อแป้งใกล้จะสุกเต็มที่ ให้ใส่ไส้ที่ต้องการได้เลย

ในด้านของไส้ขนมโตเกียว ส่วนใหญ่จะมีดังนี้

1.ไข่นกกระทา

2.ไส้กรอก

3.หมูสับ

4.ต้นหอม

5.ซอสปรุงรส

6.พริกเผา

7.ปูอัด

8.ซอสพิซซ่า

9.ชีส

แต่เชื่อว่าจะมีอีกหนึ่งไส้ที่เป็นขวัญใจของทุกคน นั่นก็คือ ไส้หวาน วันนี้เลยจะมาแนะนำสูตรวิธีทำโตเกียวไส้หวานกันด้วย

1.ไข่ไก่

2.น้ำตาล

3.เนย

4.นม

5.เกลือป่น

วิธีทำก็ง่ายมาก เพียงแค่ตีไข่ไก่ เกลือ และน้ำตาลให้เข้ากัน จากนั้นค่อย ๆ เทนมลงไปและคนเรื่อย ๆ จากนั้นให้ตั้งไฟอ่อน ค่อย ๆ คนจนทุกอย่างเริ่มหนืด ให้ใส่เนยลงไปจนเข้ากัน เท่านี้ก็จะได้แล้ว ส่วนใครอยากได้ไส้หวานแต่เป็นโตเกียวไส้สังขยา ก็ให้นำน้ำใบเตยมาผสม เท่านี้ก็จะได้ไส้หวานที่เป็นสีเขียวแล้ว

ขนมโตเกียว หลากไส้หลากความอร่อย

จบลงไปแล้วสำหรับการทำขนมโตเกียว นอกจากจะทำง่ายและอร่อยแล้ว ยังช่วยให้นึกถึงบรรยากาศตอนเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดีเลย และข้อดีของการทำที่บ้านคือไม่ต้องสนใจว่าไส้โตเกียวมีอะไรบ้าง เพราะเราสามารถใส่ทุกอย่างได้ตามใจชอบเลยนั่นเอง

Categories
หน้าแรก

แนะนำขนม เบเกอรี่ ที่สายกินต้องชอบ คุกกี้ไอติม หวานฉ่ำจับใจจนต้องขอลอง

วันนี้เราขอแนะนำเมนูขนม เบเกอรี่ แสนหวาน คุกกี้ไอติม เนยสดด้วยหม้ออบลมร้อน เป็นเมนูที่ฟังแค่ชื่อก็น่าทานแล้ว  เรามาเพิ่มความ “ น่าทาน ” ให้มาพร้อมคำว่า “ น่าทำ ” ด้วยการใช้ตัวช่วยอย่างหม้ออบลมร้อนเป็นการเอาใจคนขี้เกียจเข้าครัวกันสักหน่อยค่ะ ว่าแล้วก็ลงมือกันเลยค่ะ

วิธีทำ คุกกี้ไอติม เนยสดด้วยหม้ออบลมร้อน เมนูของหวานสำหรับทำไว้ทานเล่น

ส่วนผสมและวัตถุดิบ

            -ไข่ไก่ 3 ฟอง

            -น้ำตาล 350 กรัม

            -แป้ง 200 กรัม

            -เนยเค็ม 200 กรัม

            -กลิ่นวนิลา 3 ฝา

            -สีผสมอาหาร ( ตามใจชอบ )

วิธีการทําคุกกี้ไอติม

ขั้นตอนที่1 คุกกี้ไอติม สูตร เด็ดที่เรานำมาฝากในวันนี้จะเริ่มจากการตีเนยให้ฟูจนเป็นสีอ่อนลง โดยภาชนะที่นำมาใช้ตีเนยนั้นจะต้องเป็นภาชนะที่แห้งสนิทไม่เปียกน้ำ เมื่อตีเนยจนได้ที่แล้วให้นำมาตั้งพักไว้ก่อน

ขั้นตอนที่2 นำไข่ น้ำตาล และสีผสมอาหาร มาตีรวมให้เข้ากันโดยให้ตีจนน้ำตาลละลาย  เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้วให้ร่อนแป้งใส่ตามลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ เมื่อเข้ากันดีแล้วให้นำเนยที่ได้ตีผสมไว้ในขั้นตอนแรกมาเทใส่ตามลงไปแล้วคนผสมให้เข้ากันในขั้นตอนนี้ให้สังเกตว่าเนื้อแป้งมีความแข็งหรือเหลวเกินไปหรือไม่  ถ้าเนื้อแป้งมีลักษณะที่เหลวเกินไปให้ค่อย ๆ เติมแป้งเพิ่มลงไป  แต่ถ้าแข็งไปให้ค่อย ๆ เติมนมสดหรือน้ำเปล่าลงไปคนให้เข้ากันก็จะได้เนื้อที่มีความพอดีกับการใช้สกู๊ปตักได้ค่ะ

ขั้นตอนที่3 นำกระดาษไขรองพื้นภาชนะที่จะนำเข้าเตาอบ จากนั้นใช้สกู๊ปตักส่วนผสมที่ได้วางใส่ภาชนะสำหรับที่จะอบ โดยเว้นระยะห่างระหว่างชิ้นประมาณ 1 นิ้ว เพื่อที่เวลาอบคุกกี้จะได้ขยายตัวได้พอดี ไม่ติดกันเป็นแพ

ขั้นตอนที่4 ระหว่างนั้นให้วอร์มหม้ออบหรือเตาอบไว้รอก่อนนะคะ กรณีใช้หม้ออบให้รองน้ำก่อนเล็กน้อยเปิดไฟไว้ที่ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นนำแป้งเข้าอบในอุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที และต่อด้วยการลดไฟลงเป็น 125 องศาเซลเซียส แล้วอบต่ออีกเป็นเวลา 10 นาที เพียงเท่านี้เมนูคุกกี้ไอติมเนยสด ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมยกเสิร์ฟได้แล้วค่ะ

ประโยชน์ดี ๆ ที่จะได้รับจากเมนู เบเกอรี่ แสนอร่อยคุกกี้ไอติม

คุกกี้ไอติมความอร่อยหวานลิ้นที่ไม่ว่าใครก็ต้องชื่นชอบ เป็นเมนูของหวานที่ทั้งน่าทานและหน้าตาดี โดยคุกกี้ไอติม สูตรเด็ดประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต ,โปรตีน ,เกลือแร่ ,ไขมัน  ฯลฯ

นอกจากทำทานกันเองที่บ้านก็ยังสามารถทำเป็นของฝากในวาระโอกาสต่าง ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ งานขึ้นบ้านใหม่ งานวันเกิด และตามโอกาสต่าง ๆ อร่อยแถมยังสดใหม่ ไม่มีสารกันบูด ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ คุกกี้ไอติมเนยสด เมนูทำง่ายอยากให้ใครก็ทำด้วยใจแล้วมอบให้กันได้เลยค่า

Categories
หน้าแรก

คุกกี้มะพร้าว อัลมอนด์บดรสอร่อย เมนูอาหารว่างนั่งทานเล่นที่บ้านสุดฟิน

คุกกี้เป็นขนม เบเกอรี่ ที่ได้รับความนิยมกันมายาวนานทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ พอนึกถึงคุกกี้เป็นต้องนึกถึงกาแฟร้อน ๆ หรือเครื่องดื่มอร่อย ๆ สักแก้ว นั่งจิบไปทานไปพร้อม ๆ กัน เชื่อว่าคงเป็นมื้ออาหารว่างที่หลาย ๆ คนน่าจะชอบเหมือนกันนะคะ วันนี้เรามีสูตรทำ คุกกี้มะพร้าว อัลมอนด์บดรสอร่อยแบบง่าย ๆ ที่จะมาบอกต่อให้ทุกคนได้ทำไปพร้อม ๆ กัน ใครที่ชอบความอร่อยที่ทำด้วยฝีมือตัวเองแล้วล่ะก็ตามมาทางนี้เลยค่ะ

วิธีทำ คุกกี้มะพร้าว อัลมอนด์บดแบบง่าย ๆ ความหอมหวานแสนอร่อยทำไว้ทานเองได้ไม่ต้องซื้อ

ส่วนผสม

            -เนยสดอ่อนตัว 250 กรัม

            -น้ำตาลทรายป่น 140 กรัม

            -ไข่ไก่ เบอร์ 1 ฟอง

            -แป้งอเนกประสงค์ 300 กรัม

            -ผงฟู 1 ช้อนชา

            -เกลือป่น 1 / 4 ช้อนชา

            -วานิลลา 1 ช้อนชา

            -มะพร้าวขาวอบแห้ง 125 กรัม

            -อัลมอนด์บด 60 กรัม

วิธีทำ คุกกี้มะพร้าว อัลมอนด์บด

ขั้นตอนที่1 เปิดเตาอบตั้งไฟที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส จากนั้นทาถาดอบด้วยเนยขาวบาง ๆ

ขั้นตอนที่2 ร่อนแป้งอเนกประสงค์และผงฟูรวมกันใส่ลงในอ่างผสม จากนั้นใส่มะพร้าวอบแห้งและอัลมอนด์ป่นลงไปคลุกเคล้ากับแป้งให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน ( ในขั้นตอนนี้สามารถเปลี่ยนเป็นอัลมอนด์สไลด์หรืออัลมอนด์ชิ้นได้ตามใจชอบค่ะ ) ตั้งพักไว้

ขั้นตอนที่3 นำเนยสด น้ำตาลทรายป่น และเกลือ ตีรวมให้เข้ากันด้วยความเร็วระดับปานกลางจนได้เนื้อฟูขาว จากนั้นนำไข่และวานิลลาลงตีผสมให้เข้ากันอีกครั้ง

ขั้นตอนที่4 ใส่แป้งที่เตรียมไว้เทลงไปให้หมดในครั้งเดียวตีผสมด้วยความเร็วต่ำอย่างเบามือ ในขั้นตอนนี้แนะนำว่าอย่าตีนานจนเกินไปค่ะ เพราะจะทำให้แป้งจะเหนียวและแข็ง ถ้ายังไม่เข้ากันดีให้ใช้พายยางคนผสมข้างนอกจนเข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ไปแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งเซ็ตตัวค่ะ

ขั้นตอนที่5 นำแป้งออกมาจากตู้เย็นแล้วปั้นเป็นก้อนกลมวางในถาดอบ ใช้ส้อมกดเบาๆให้มีลักษณะแบนลงเล็กน้อย โดยควรวางให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เนื่องจากเวลาอบแป้งจะมีขนาดขยายใหญ่ขึ้นจะช่วยให้แป้งไม่ติดกันเป็นแพและเป็นชิ้นสวยงาม

ขั้นตอนที่6 นำเข้าอบในเตาอบ โดยใช้เวลาประมาณ 12-15 นาทีหรือจนกว่าคุกกี้จะสุกมีสีเหลืองทองอ่อน ๆ จากนั้นจึงนำมาพักบนตะแกรงจนเย็น เมนูคุกกี้มะพร้าวผสมอัลมอนด์บดเป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมยกเสิร์ฟคุกกี้มะพร้าวอร่อย ๆ ได้กันได้เลยหรือจะเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเอาไว้ทานได้นานหลายวันเลยล่ะค่ะ

เมนูคุกกี้มะพร้าว จะทำไว้ทานเองที่บ้านหรือทำนำออกขายก็ทำได้ง่าย ๆ

เมนูคุกกี้มะพร้าว นอกจากจะมีความอร่อยกรุบกรอบหอมนุ่มละมุนลิ้นแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น พลังงาน , โปรตีน , คาร์โบไฮเดรต , ไขมัน , วิตามินเอ , วิตามินดี , วิตามินบี12 , วิตามินเค , กากใย  ฯลฯ

เมนู คุกกี้มะพร้าวผสม อัลมอนด์บดจัดว่าเป็นเมนูที่ทานได้เรื่อย ๆ ซึ่งความหอมเนย ความมันของเนื้อมะพร้าวและเนื้ออัลมอนด์ ความหวานละมุนของน้ำตาล อาจทำให้เราวางไม่ลงเลยทีเดียว แต่..คุกกี้มะพร้าวอร่อย ๆ แบบนี้ทานคนเดียวความอ้วนถามหาแน่นอนค่ะ แนะนำให้หาแนวร่วมใกล้ ๆ ตัวมาแชร์ความอร่อยนี้ด้วยกันนะคะ

Categories
หน้าแรก

ขนมหวานรสชาติอร่อย แครกเกอร์ทุเรียน การมาเจอกันของความเป็นไทยและเทศ

แครกเกอร์ทุเรียน เป็นขนม เบเกอรี่ รสชาติหวานมัน ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากัน มักนิยมทานคู่กับชาร้อน ๆ หรือนมอุ่น ๆ ก็เข้ากันได้ดี โดยมีที่มาจากความต้องการที่จะเพิ่มมูลค่าให้ตัวเศษทุเรียนทอด ที่มักใช้ต้นทุนการผลิตที่สูง และยังเหลือเศษที่แตกหักจำนวนมาก ต่อมาได้เกิดไอเดียสุดครีเอทในการนำทุเรียนมาทำเป็นแครกเกอร์ซึ่งต่อมาก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าและของฝากที่ได้รับการตอบรับที่ล้นหลามมาก ๆ

วัตถุดิบและส่วนผสม แครกเกอร์ทุเรียนทำตามง่ายมาก ทำขายก็รุ่ง

แครกเกอร์ทุเรียนเป็นขนม เบเกอรี่ ที่กระแสมาแรงเหลือเกิน ขอบอกเลยว่าสายทุเรียนห้ามพลาด หลายคนอาจเคยทาน แครกเกอร์สับปะรด มาบ้าง แต่ขนมชนิดนี้มีความแปลกใหม่และรสชาติที่คุณไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อนแน่นอน ในบทความนี้เราจะมาชวนทำ แครกเกอร์ทุเรียน ขายส่ง หรือใครจะทำทานในครอบครัวก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะทำง่ายมาก ๆ

วัตถุดิบและส่วนผสม

1. แครกเกอร์ 150 กรัม (42 ชิ้น)

2. เศษทุเรียนทอด 150 กรัม

3. น้ำตาลทราย 60 กรัม

4. คาราเมล 50 กรัม

5. นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ (21 กรัม)

6. นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ (14 กรัม)

7. แป้งอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)

8. เนยจืด 50 กรัม  

วิธีการทำ

1. เติมแป้งอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย ให้เข้ากัน

2. เติมนมข้นจืด นมข้นหวาน คาราเมล คนให้เข้ากัน

3. ตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี

4. เติมเนยจืด คนให้ละลาย

5. นำน้ำเชื่อมคาราเมลคลุกทุเรียนทอดทีละนิด คลุกให้ทั่ว

6. นำน้ำเชื่อมคาราเมลทาบาง ๆ ที่แครกเกอร์

7. นำทุเรียนมาวางบนแครกเกอร์

8. อบไฟล่างบน 125 องศา ประมาณ 12 นาที

คุณประโยชน์มากมายมหาศาลของสรรพคุณที่ซ่อนอยู่

แครกเกอร์ทุเรียนเป็นอีกหนึ่งเมนู เบเกอรี่ ที่เหมาะอย่างยิ่งในการทำทานช่วง WFH หรือช่วงวันหยุดเป็นอย่างยิ่ง ใครที่ชอบทุเรียนของภาคตะวันออกอาจลองเป็นแครกเกอร์ทุเรียน ระยอง และ แครกเกอร์ทุเรียน จันทบุรี ก็ได้ เนื่องจากเนื้อทุเรียนจะมีความหอมหวานมันมากเป็นพิเศษ นอกจากความอร่อยสุดฟินจากเมนูนี้รู้หรือไม่ว่ายังเต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยแก้โรคผิวหนัง, แก้อาการท้องร่วง, ทำให้ฝีแห้งได้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังช่วยละระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ หากทานในปริมาณที่เหมาะสมนั้นถือเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ด้านเภสัชศาสตร์เป็นอย่างมากทีเดียว

Categories
หน้าแรก

คุกกี้สิงคโปร์ กรุบกรอบ หอมอร่อย เคี้ยวเพลิน

ชวนทำขนมที่มีชื่อสุดไฮโซว่า คุกกี้สิงคโปร์ กรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน หวานนิดๆ เค็มปลายๆ หอมกลิ่นควันเทียน มีความมันของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เรียกได้ว่าครบรสเลยทีเดียว ถ้าพร้อมแล้วเตรียมจดสูตรคุกกี้สิงคโปร์กันได้เลย

คุกกี้สิงคโปร์ต้นกำเนิดไม่ได้มาจากประเทศสิงคโปร์แต่อย่างใด แต่ในสมัยก่อนคุกกี้สิงคโปร์สูตรดั้งเดิมจะใช้แป้งมันสำปะหลังที่นำเข้ามาจากประเทศสิงคโปร์ จึงเป็นที่มาของชื่อคุกกี้นี้นั่นเอง วันนี้เรามี คุกกี้สิงคโปร์สูตรทำขาย ทำแจกมาฝากกันค่ะ

ส่วนผสม คุกกี้สิงคโปร์ และวิธีทำ

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 340 กรัม

แป้งมันสำปะหลัง 120 กรัม

เนยสดเย็น 250 กรัม

น้ำตาลไอซิ่ง 160 กรัม

น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

เทียนสำหรับอบขนม

ส่วนผสมไข่แดงสำหรับทาหน้าขนม

ไข่แดง 2 ฟอง

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

กลิ่นวนิลา 1/2 ช้อนชา

วิธีทําคุกกี้สิงคโปร์

วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศา ไฟบนล่างเตรียมไว้

ผสมแป้งทั้งสองชนิดลงในชามผสม ตามด้วยน้ำตาลไอซิ่ง เนย และน้ำมันพืช สับเนยเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนวดส่วนผสมให้เข้ากันจนจับตัวกันเป็นก้อน พักแป้งไว้ประมาณ 10-15 นาที

นำแป้งมารีดเป็นแผ่นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ใช้ที่กดคุกกี้กดแป้งเป็นชิ้น วางเรียงกันบนถาดอบที่รองด้วยกระดาษไข โดยเว้นระยะห่างของคุกกี้ไว้ประมาณ 1-2 เซนติเมตร

ผสมส่วนผสมของหน้าขนมเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาทาหน้าคุกกี้ วางเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปแล้วทาไข่แดงซ้ำอีกรอบ

นำขนมเข้าเตาอบอุณหภูมิ 160 องศา ไฟบนล่าง อบประมาณ 12 นาทีแล้วนำออกมาพักไว้จนเย็น นำกลับเข้าไปอบอีกครั้งลดไฟลงเหลือ 150 องศา อบต่ออีกประมาณ 5 นาที

เมื่ออบเสร็จแล้วจนขนมเย็นสนิท ให้นำคุกกี้ใส่ในหม้ออบควันเทียน จุดเทียนสำหรับอบขนมแล้วเป่าให้ดับ  นำไปใส่ในหม้อจนขนมหอมตามความต้องการได้เลย

อีกหนึ่งสูตรเป็นคุกกี้สิงคโปร์เชฟนุ่น เป็นเชฟที่สอนทำคุกกี้สิงคโปร์ได้เข้าใจมากๆ แถมในสูตรยังมีการดัดแปลงโดยนำเนยขาวและเนยถั่วมาผสมกัน เพิ่มความกลมกล่อมมากขึ้นไปอีก เรามาดูสูตรและวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสมคุกกี้สิงคโปร์

น้ำตาลไอซิ่ง 120 กรัม

เนยขาว 150 กรัม

เนยถั่ว 120 กรัม

เกลือ 1 ช้อนชา

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 300 กรัม

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

ส่วนผสมไข่แดงทาหน้าขนม

ไข่แดง 3 ฟอง

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนชา

น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1/4 ช้อนชา

ร่อนน้ำตาลไอซิ่งลงในชามผสม ตามด้วยเนยขาว เนยถั่ว เกลือ ใช้เครื่องตีโดยปรับสปีดกลาง ตีจนส่วนผสมขึ้นฟู ร่อนแป้งใส่ลงไป แบ่งใส่ 2 ครั้งสลับกับตีแป้งไปด้วย ตีจนส่วนผสมเข้ากันจนจับตัวเป็นก้อน

นำแป้งมาคลึงเป็นแผ่นให้มีความหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ใช้ที่กดคุกกี้กดแป้งนำมาวางเรียงบนถาดที่รองด้วยกระดาษรองอบ นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาวางลงไปบนหน้าขนม จากนั้นทาด้วยไข่แดงโดยการผสมแป้ง เกลือ น้ำเปล่า คนให้เข้ากันจนไม่มีเม็ดแป้งเหลืออยู่ แล้วใส่ไข่แดงลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง นำมาทาหน้าขนมจะได้สีสันที่สวยงาม

อบขนมที่อุณหภูมิ 150 องศา ไฟบนล่างประมาณ 15-18 นาที นำออกมาพักขนมไว้ให้เย็น สูตรนี้เป็นการทำคุกกี้สิงคโปร์ง่ายๆ แต่หากใครต้องการความหอมก็สามารถอบควันเทียนตามสูตรแรกได้เลย

คุกกี้สิงคโปร์เป็นขนมที่กินเพลินมากๆ เหมาะกับการเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับชา กาแฟ หรือนำไปเป็นของฝากให้กับญาติผู้ใหญ่ก็ดีเลย สำหรับใครที่กำลังควบคุมน้ำหนักอาจจะกำลังคิดว่าคุกกี้สิงคโปร์กี่แคลอรี่กันนะ คุกกี้สิงคโปร์คลีนไหม ซึ่งมีเพียง 95 แคลอรี่ต่อ 1 ชิ้นเท่านั้นเอง กินเสร็จแล้วเดินเล่นชิวๆประมาณ 30 นาทีก็เผาผลาญได้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ามัวรีรอเลยค่ะ เพราะของอร่อยกำลังอยู่ตรงหน้าแล้ว

Categories
หน้าแรก

สูตร คุกกี้บราวนี่ กรอบนอกนุ่มใน ช็อกโกแลตเต็มคำ

การรวมร่างของคุกกี้และบราวนี่ ทำให้เกิดเป็นเมนู คุกกี้บราวนี่ ขึ้นมา ภายนอกเป็นคุกกี้ พอกัดไปแล้วได้รสชาติเหมือนบราวนี่ ช็อกโกแลตเต็มปากเต็มคำ กินกับชาร้อนๆ หรือนมอุ่นๆเข้ากันดีมากๆ เมนูขนมสุดฮิตที่ใครได้กินก็ต้องติดใจ วันนี้เรามีสูตร คุกกี้บราวนี่ หลากหลายรูปแบบมาฝากค่ะ คุกกี้บราวนี่สูตรแรกขอแนะนำเป็นคุกกี้บราวนี่เนื้อหนึบ หน้าฟิล์ม ดาร์กช็อกเข้มข้น สายช็อกห้ามพลาดเลยค่ะ

สูตรนี้จะมีความคล้าย คุกกี้บราวนี่ เซเว่นยี่ห้อดัง

ส่วนผสม

ดาร์กช็อกโกแลตแท้ (70%) 100 กรัม

แป้งอเนกประสงค์ 20 กรัม

ผงฟู 1/8 ช้อนชา

เกลือ 1/8 ช้อนชา

ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 1 ฟอง

น้ำตาลทราย 65 กรัม

กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

เนยจืด 10 กรัม

ช็อกโกแลตชิพ 50 กรัม

นำเนยสดและดาร์กช็อกโกแลตไปละลายโดยนำเข้าไมโครเวฟ 1 นาที นำออกมาแล้วคนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น

ตีไข่กับน้ำตาลทรายจนน้ำตาลละลาย และไข่มีสีอ่อนลง ใส่ช็อกโกแลตและเนยละลายลงไป ตีให้เข้ากันจนข้นขึ้น

ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน จากนั้นค่อยๆเทใส่ในชามผสม พร้อมกับช็อกโกแลตชิพ ใช้ไม้พายตะล่อมให้เข้ากัน

ตัดคุกกี้ลงบนถาดที่รองด้วยกระดาษรองอบ เว้นระยะห่างประมาณ 2-3 เซนติเมตร อบคุกกี้ด้วยไฟบนล่าง อุณหภูมิ 180 องศา ประมาณ 15 นาทีหรือจนขนมสุก นำออกมาพักไว้ให้เย็นบนตะแกรง จะได้คุกกี้หน้าฟิล์มสวยงาม เนื้อด้านในหนึบหนับ เข้มข้นด้วยดาร์กช็อกโกแลต

คุกกี้บราวนี่สูตรต่อไปเป็นสูตรสำหรับทำขาย เราจะลดต้นทุนโดยการใช้ผงโกโก้แทน สูตรคุกกี้บราวนี่ผงโกโก้ รสชาติที่ได้ก็อร่อยไม่แพ้กัน เพียงแต่จะไม่เข้มข้นเท่าดาร์กช็อกโกแลตเท่าไหร่นัก หากใครไม่มีเตาอบก็สามารถทำได้ เพราะสูตรนี้เป็นคุกกี้บราวนี่ไมโครเวฟ ต้นทุนต่ำ ทำขายรวย

ส่วนผสม

น้ำตาลไอซิ่ง 120 กรัม

ผงโกโก้ 25 กรัม

เกลือ 1/8 ช้อนชา

ไข่ขาว (เบอร์ 2) 1 ฟอง

ร่อนน้ำตาลไอซิ่ง ผงโกโก้ เกลือรวมกัน ตีไข่ขาวจนตั้งยอด ค่อยๆเทส่วนผสมของโกโก้ลงไป ใช้ไม้พายตะล่อมให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมของโกโก้จนหมดแล้วใช้เครื่องตี ตีให้ส่วนผสมข้นหนืด แต่ไม่ต้องตีนานมาก

ตักคุกกี้วางบนกระดาษรองอบ บนภาชนะที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ ตั้งไมโครเวฟที่ 800 วัตต์ นำขนมเข้าไปอบโดยครั้งแรกใช้เวลา 30 วินาที ต่อด้วย 15 วินาที และ 10 วินาที จากนั้นอบต่ออีก 5-10 วินาที สังเกตดูว่าขนมสุกใช้ได้หรือยัง หากสุกแล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็น นอกจากจะเป็นคุกกี้บราวนี่ไม่ใช้เตาอบแล้ว ยังเป็นคุกกี้บราวนี่ไร้แป้งด้วย

แต่ถ้าใครชอบช็อกโกแลตฉ่ำๆ ขอแนะนำคุกกี้บราวนี่ลาวา กัดแล้วรู้สึกว่ามีช็อกโกแลตฉ่ำอยู่ในปาก มาดูวิธีทำคุกกี้บราวนี่ลาวากันเลยค่ะ

ส่วนผสม

แป้งอเนกประสงค์ 275 กรัม

ดาร์กช็อกโกแลต (70%) 100 กรัม

ผงโกโก้ 80 กรัม

ไวท์ช็อกโกแลต 100 กรัม

น้ำตาลทราย 250 กรัม

เนยจืด 200 กรัม

ไข่ไก่ 1 ฟอง

ผงฟู 2 ช้อนชา

กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

เกลือ 1/4 ช้อนชา

วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศา ไฟบนล่างเตรียมไว้

ตีเนยด้วยความเร็วปานกลางประมาณ 1 นาที ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนเนยขึ้นฟูแล้วใส่ไข่ไก่ลงไป ตีจนส่วนผสมขึ้นฟูอีกครั้ง

ร่อนแป้ง ผงโกโก้ ผงฟู เกลือรวมกัน นำไปตีรวมกับส่วนผสมของเนยจนฟู สับดาร์กช็อกโกแลตเป็นชิ้นเล็กๆประมาณ 1 เซนติเมตรใส่ลงไป ตามด้วยกลิ่นวนิลา ใช้ไม้พายคนผสมให้เข้ากัน

ปั้นส่วนผสมคุกกี้เป็นก้อนกลมๆประมาณ 3 เซนติเมตร กดคุกกี้เป็นหลุมตรงกลางเพื่อใส่ไวท์ช็อกโกแลตและดาร์กช็อกโกแลตสำหรับทำไส้ลาวา ประกบแป้งคุกกี้หุ้มไส้ให้มิด

นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 200 องศา ประมาณ 10 นาที หรือจนขนมสุก นำขนมออกมาวางพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท

เป็นยังไงบ้างคะกับ 3 สูตรคุกกี้บราวนี่ หรือบราวนี่หน้าคุกกี้ เป็นขนมที่กินแล้วไม่เบื่อเลย แต่ลองมาดูแคลอรี่กันก่อนค่ะ คุกกี้บราวนี่กี่แคลอรี่ คุกกี้บราวนี่สูตรช็อกโกแลตแบบจัดเต็ม 1 ชิ้นมีพลังงานอยู่ประมาณ 350 แคลอรี่ สาวๆกินแล้วรีบไปออกกำลังกายได้เลยนะคะ

Categories
หน้าแรก

สูตร ขนมเปี๊ยะ ทำแจกช่วงปีใหม่

ขนมยอดฮิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่เราเห็นกันบ่อยๆก็คือ ขนมเปี๊ยะ เชื่อกันว่าเป็นขนมที่มีความหมายเป็นศิริมงคล มักจะใช้ในเทศกาลต่างๆของชาวจีน หรือบ้านเราใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกันเป็นส่วนใหญ่ สูตรเปี๊ยะโบราณของชาวจีนจะมีไส้ถั่วและฟัก แต่เมื่อมีวัฒนธรรมไทยเข้าไปผสมผสานด้วยจึงเกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ เช่น ทุเรียน ไข่แดง หรือที่เราเห็นกันบ่อยๆก็จะมีเปี๊ยะไข่เค็มลาวา เปี๊ยะสายรุ้ง เปี๊ยะไส้ถั่วกวน วันนี้เรามีวิธีทำขนมเปี๊ยะง่ายๆสำหรับใครที่อยากทำไปเป็นของฝาก หรือทำขายก็ได้เลยค่ะ

ขนมเปี๊ยะใหญ่ไส้ฟัก สูตรแป้ง ขนมเปี๊ยะ บางนุ่ม ละลายในปาก สูตรนี้ทำได้ 10 ชิ้นนะคะ

ส่วนผสมไส้ขนมเปี๊ยะ

ฟักเชื่อมแบบแห้ง 1 กิโลกรัม

หอมแดงเจียว 100 กรัม

งาขาวคั่วบุบ 100 กรัม

มันหมูแข็งต้มสุก 200 กรัม

น้ำตาลทราย 100 กรัม

ต้นหอมซอย50 กรัม

เกลือป่น 2 ช้อนชา

แป้งขนมโก๋ 200 กรัม

น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมแป้งชั้นนอก

แป้งบัวแดง 500 กรัม

น้ำมันพืช 175กรัม

น้ำเปล่า 125 กรัม

น้ำตาลทราย 125 กรัม

ไข่แดง 1 ฟอง

แบะแซ 20 กรัม

ส่วนผสมแป้งชั้นใน

แป้งบัวแดง 300 กรัม

น้ำมันพืช 125 กรัม

ส่วนผสมสำหรับปั๊มลายเปี๊ยะ

ตัวปั๊มลายขนมเปี๊ยะขนาด 10 เซนติเมตร

สีผสมอาหารสีแดง

ไข่แดงสำหรับทาหน้าขนม

ไข่แดง 3 ฟอง

น้ำมันพืช 1 ช้อนชา

สีผสมอาหารสีเหลืองไข่ 1 หยด

เริ่มทำจากส่วนแป้งชั้นนอกก่อนนะคะ ร่อนแป้งใส่ชามผสม ใส่น้ำตาลลงไปคนให้เข้ากัน ทำหลุมตรงกลางแล้วใส่ไข่ไก่ น้ำเปล่า น้ำมันพืช และแบะแซ ใช้พายยางคนให้เข้ากัน เทแป้งลงบนโต๊ะที่โรยแป้งนวลเอาไว้ นวดแป้งจนเนียนไม่ติดมือและโต๊ะ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีแล้วพักแป้งไว้

ทำแป้งชั้นใน ผสมแป้งกับน้ำมันพืชแล้วคนให้เข้ากันจนจับตัวเป็นก้อน ไม่ต้องนวด พักไว้ 30 นาที

ระหว่างรอมาทำตัวไส้ขนมกันค่ะ ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันยกเว้นน้ำเปล่า คลุกเคล้าให้เข้ากัน ค่อยๆพรมน้ำลงไปทีละนิด คนต่อเนื่องให้เข้ากันดีจนสามารถปั้นเป็นก้อนได้ ปั้นไส้ขนมเป็นก้อนกลม ใส่ไข่แดงเค็มตรงกลาง

อัตราส่วนสำหรับขนมเปี๊ยะ 1 ก้อนใช้แป้งชั้นนอกก้อนละ 100 กรัมแป้งชั้นใน 40 กรัมไส้ขนม 200 กรัม

เมื่อแป้งได้ที่แล้วนำแป้งชั้นนอกมาแผ่ออก หุ้มแป้งชั้นในแล้วปั้นเป็นก้อนกลม จากนั้นคลึงแป้งบนและล่างพับเป็น 3 ทบ แล้วคลึงอีกครั้งหนึ่ง พักแป้งไว้ 10 นาที คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำป้องกันแป้งแห้ง

เมื่อครบเวลาแล้วเรามารวมร่างขนมเปี๊ยะกันเลยค่ะ คลึงแป้งออกทั้งบนล่าง ซ้ายขวา ใส่ไส้ไว้ตรงกลาง หุ้มแป้งปิดไส้ให้มิด ใช้กระดาษตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมปิดลงไปที่ก้นขนม แล้วกดให้แบน พลิกหน้าขนมขึ้นนำตัวปั๊มมาชุบสีผสมอาหารสีแดงแล้วกดลงไปบนหน้าขนม รอให้สีแดงแห้ง จากนั้นนำขนมมาวางบนถาดอบที่รองด้วยกระดาษไข โดยคว่ำหน้าของขนมลง อบไฟบนล่าง 200 องศาประมาณ 20-25 นาที เมื่อครบแล้วให้นำขนมออกมา พลิกหน้าขนมขึ้นทาไข่แดงลงไปให้ทั่ว นำไปอบต่อ 10-15 นาที หากใครชอบกลิ่นหอมๆให้นำขนมไปอบควันเทียนทิ้งไว้ 1 คืน เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ

สูตรเปี๊ยะไส้ถั่วไข่เค็ม ตัวแป้งจะใช้สูตรเดียวกับเปี๊ยะไส้ฟักนะคะ จะได้สูตรแป้งนุ่ม ผสมกับความหวานเค็มของถั่วและไข่เค็ม

ส่วนผสมไส้ถั่วไข่เค็ม

ถั่วเขียวเราะเปลือก 300 กรัม

น้ำตาลทราย 320 กรัม

น้ำมันพืช 50 กรัม

ไข่เค็มต้มสุก

แช่ถั่วเขียวในน้ำทิ้งไว้ 1 คืนหรืออย่างน้อย 2 ชั่วโมงจนถั่วพองตัว จากนั้นนำไปต้มจนนิ่ม แล้วปั่นจนเนียนละเอียด เทถั่วปั่นลงในกระทะทองเหลือง ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตั้งไฟอ่อนกวนไปเรื่อยๆจนส่วนผสมข้นขึ้น ใส่น้ำมันพืชแล้วกวนต่อจนถั่วข้นและแห้งจับตัวเป็นก้อน พักไว้ให้เย็น นำไส้ถั่วมาปั้นเป็นก้อนแล้วแผ่ออกเพื่อวางไข่เค็มตรงกลาง จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลมๆเตรียมไว้

วิธีการห่อแป้งใช้วิธีเดียวกับสูตรเปี๊ยะไส้ฟัก เพียงแต่ปั้นเป็นลูกเล็ก และไม่ต้องกดขนมจนแบน สูตรนี้เราจะได้ขนมเป็นลูกกลมๆเล็กๆ อบขนมที่อุณหภูมิ 180 องศาประมาณ 20-25 นาที หรือจนขนมสุก สูตรนี้เราจะอบเพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้นให้ทาหน้าขนมด้วยไข่แดงก่อนเข้าเตาอบได้เลย

เกร็ดความรู้ขนมเปี๊ยะ

ขนมเปี๊ยะที่เราเห็นในท้องตลาดมีหลากหลายมาก ทั้งเปี๊ยะไข่เค็ม เปี๊ยะสายรุ้ง เปี๊ยะไข่เค็มลาวาแป้งเหนียวนุ่ม ไส้เยิ้ม จากเมื่อก่อนเป็นขนมที่หากินได้ตอนช่วงเทศกาล แต่ปัจจุบันนิยมกินกันมากขึ้น เลยหาซื้อง่าย และราคาไม่แพงเลยค่ะ